หยวนต้าปรับเป้าหมาย PRM รับการเติบโตของกองเรือและโอกาสธุรกิจใหม่
สรุปไฮไลท์สำคัญ
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PRM โดยปรับราคาเหมาะสมไปที่ 12.50 บาท (อิง PER ปี 2027 ที่ 12.0 เท่า) แม้ผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลัง 2026 จะชะลอตัวจากปัจจัยชั่วคราว แต่บริษัทมีปัจจัยบวกจากการขยายกองเรือเพิ่มอีก 5 ลำในปี 2027 และโอกาสในการทำสัญญาเรือกักเก็บน้ำมัน (FSU) ในราคาที่สูงขึ้น พร้อมคาดการณ์เงินปันผลตอบแทน (Div. Yield) ปี 2027 ที่ระดับ 7% ต่อปี
วิเคราะห์ผลประกอบการและประมาณการ
คาดกำไรปกติไตรมาส 3/2026 อยู่ที่ 563 ล้านบาท (+5% QoQ, -2% YoY) โดยเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แต่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ต่ำลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2026 ลง 7% เหลือ 2,098 ล้านบาท เพื่อสะท้อน GPM ที่ถูกกดดันในช่วงแรกของเรือใหม่และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น สำหรับไตรมาส 4/2026 คาดกำไรจะลดลง QoQ จากการนำเรือเข้าอู่แห้งอย่างน้อย 6 ลำ แต่จะกลับมาเติบโตได้ในภาพรวมของปี 2027 ด้วยกำไรปกติที่คาดว่าจะแตะ 2,311 ล้านบาท (+10% YoY)
ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุน
แม้ผลประกอบการระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากการนำเรือเข้าอู่แห้งและการรับรู้รายได้ของเรือใหม่ที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่สถานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยคาดการณ์ Net Gearing จะลดลงเหลือ 24.7% ในปี 2026 และเหลือเพียง 6.0% ในปี 2027 นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ลูกค้ามีความต้องการใช้บริการเรือกักเก็บน้ำมันต่อเนื่อง ซึ่งช่วยหนุนโอกาสในการทำสัญญาใหม่ในราคาที่สูงขึ้น
บทสรุปการลงทุน
นักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว ทำให้มี Downside จำกัด โดยการกลับมาทำกำไรได้ดีขึ้นและการขยายกองเรือจาก 73 ลำ เป็น 78 ลำในปี 2027 จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ทั้งนี้ บริษัทมีกำหนดรายงานผลประกอบการวันที่ 12 พ.ย. 2026 ซึ่งนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการบริหารจัดการกองเรือและโอกาสในการรับรู้รายได้จากสัญญาใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระแสเงินสดในอนาคต