ข่าวสาร
TACC: ผลการดำเนินงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมรุกขยายพอร์ตโฟลิโอและรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้มั่นคง
1 อาทิตย์ 23:55 น.
0 ความเห็น
TACC: ผลการดำเนินงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมรุกขยายพอร์ตโฟลิโอและรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้มั่นคง
1. Highlights
- บริษัทเปิดตัว TACC PLUS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 79.98% ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำดื่มและผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม โดยเริ่มดำเนินงานในวันที่ 20 ที่ผ่านมา [พูด]
- โครงสร้างรายได้ของ TACC ยังคงพึ่งพิงช่องทาง 7-Eleven เป็นหลักในสัดส่วนประมาณ 85% และช่องทางอื่น ๆ 15% ซึ่งเห็นการเติบโตของสัดส่วนนอก 7-Eleven ที่เพิ่มขึ้น [พูด]
- ในส่วนของ 7-Eleven มีจำนวนสาขาของ Cold Beverage Dispenser ปิดที่ 14,500 outlets และ All Café ปิดที่ 12,700 outlets พร้อมทั้งมีการเพิ่มเมนูใหม่ ๆ เช่น อเมริกาโน่ และเครื่องดื่มตามฤดูกาลอย่างอัญชันน้ำผึ้งมะนาว [พูด]
- สำหรับธุรกิจ Café ภายนอก (Food Service) มีพันธมิตรสำคัญ เช่น Black Canyon และพันธุ์ไทย คอฟฟี่ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในส่วนของ 15% ที่เหลือ [พูด]
- ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 มีอัตราการเติบโตของรายได้ กำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน [พูด]
- อัตราส่วนทางการเงิน เช่น Current Ratio และ Quick Ratio อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและสูงกว่า 1.0 เท่า ขณะที่ D/E Ratio อยู่ที่ระดับต่ำประมาณ 0.61x [พูด]
- บริษัทได้รับรางวัลและความภาคภูมิใจ ได้แก่ การจัดอันดับ Forbes Asia Best Under A Billion 2026 และคะแนน AGM Checklist Scores 2659 ระดับยอดเยี่ยม 100 คะแนนเต็ม [พูด]
- ผู้บริหารแสดงความมั่นใจในการบริหารจัดการต้นทุนและการใช้จ่ายในการทำโปรโมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี [พูด]
2. Hero Story
ข้อมูลไม่เพียงพอจากเนื้อหา3. Outlook
- เป้าหมายสัดส่วนรายได้หลักยังคงมาจากช่องทาง 7-Eleven ประมาณ 85% และช่องทางอื่น ๆ 15% โดยเน้นการขับเคลื่อนผ่านโปรโมชั่นและการขยายช่องทาง Delivery Platform [สไลด์]
- แผนการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชาและลาว ซึ่งสาขาในกัมพูชาทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 39 outlets และ สปป. ลาว เพิ่มขึ้นเป็น 32 outlets [พูด]
- การร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ BON CAFE ในปี 2026 โดยมีการติดตั้งเครื่องดื่ม BON CAFE จำนวน 18 units ในช่วงแรก และมีแผนขยายไปยังโรงแรมขนาดเล็กและศูนย์บริการรถยนต์ [พูด]
- การลงทุน 30% ในบริษัท เบตเตอร์ บีม ฟู้ดส์ (ผู้ถือหุ้นแบรนด์ "ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน") เพื่อเสริมสร้างกลยุทธ์ Synergy ในกลุ่มเครื่องดื่มชาและขยายฐานลูกค้า B2C [พูด]
- เป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) คาดว่าจะรักษาไว้ในช่วง 30% - 32% สำหรับปีนี้และปีหน้า [พูด]
4. ความเสี่ยง
- ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงช่องทางจำหน่ายหลักอย่าง 7-Eleven ในสัดส่วนที่สูง ซึ่งผู้บริหารระบุว่ากำลังพยายามขยายพอร์ตโฟลิโอไปยังช่องทางอื่น ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง [พูด]
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพอากาศในบางไตรมาส (เช่น ไตรมาส 3 ที่มีฝนตก) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องดื่มตามฤดูกาล [พูด]
5. Q&A Highlights
- คำถาม (17:58): "ในสไลด์ 30-70 มันแปลว่าอะไร?" [พูด]
- คำถาม (22:58): "บริษัทเอาบทเรียนอะไรมาจากการลงทุนที่ผ่านมา?" [พูด]
- คำถาม (29:16): "แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET ของบริษัทย่อยเป็นอย่างไร?" [พูด]
- คำถาม (37:58): "สัดส่วนระหว่าง Jet Spray กับ All Café เป็นอย่างไร?" [พูด]
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น