FORTH กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 92% แตะ 234 ล้านบาท รับอานิสงส์มาร์จินธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ฯ โตเด่น
รายได้รวมโต 3% หนุนด้วยธุรกิจ EMS ที่ขยายตัวแรง ขณะที่ฝ่ายจัดการบริหารต้นทุนโครงการได้ดีขึ้นส่งผลกำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 15%
บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112 ล้านบาท หรือเติบโต 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากการเติบโตของธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) แม้รายได้จากธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ และสมาร์ท เซอร์วิส จะปรับตัวลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ FORTH เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 2/2569 คือการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15% (จาก 612 ล้านบาท เป็น 705 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจาก 18% เป็น 32%
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- Product Mix ของโครงการ: กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ เกิดจากงานโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสนี้มีอัตรากำไรสูงกว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมของกลุ่มนี้จะลดลง 14% เนื่องจากงานโครงการเก่าส่งมอบเสร็จสิ้นและโครงการใหม่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
- การเติบโตของธุรกิจ EMS: รายได้จากธุรกิจอีเอ็มเอสเติบโตสูงถึง 51% จากคำสั่งซื้อของลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569
- การบริหารค่าใช้จ่าย: บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลงได้ 5% จากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 12% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
แนวโน้มการเติบโตของกำไรมีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของธุรกิจ EMS ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ความสามารถในการทำกำไรจะขึ้นอยู่กับ "ลักษณะของโครงการ" ที่รับรู้รายได้ในแต่ละไตรมาส ซึ่งอาจมีความผันผวนตามประเภทงาน ส่วนธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (ตู้เต่าบิน) ยังคงต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าเสื่อมราคาและค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ให้ลดลงจาก 32% เหลือ 30%
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: 234 ล้านบาท (+92% YoY)
- รายได้รวม: 2,808 ล้านบาท (+3% YoY)
- ธุรกิจ EMS: รายได้โตแรง 51% แตะ 835 ล้านบาท สะท้อนความต้องการผลิตแผงวงจรที่เพิ่มขึ้น
- อัตรากำไรขั้นต้นรวม: ปรับตัวดีขึ้นเป็น 26% จาก 23% ในปีก่อน
- ค่าใช้จ่ายบริหาร: ลดลง 18 ล้านบาท (-5% YoY) ช่วยหนุนบรรทัดสุดท้ายของกำไร
- สถานะการเงิน: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.08 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.98 เท่า ณ สิ้นปี 2568
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมของบริษัทเติบโตเล็กน้อยที่ 3% โดยธุรกิจ EMS เป็นตัวหลักในการดึงรายได้ ขณะที่ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ และสมาร์ท เซอร์วิส ปรับตัวลดลง 14% และ 5% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การบริหารมาร์จินในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรซ์ฯ ที่ทำได้ดีขึ้นมาก ช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปและผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
โอกาส
- คำสั่งซื้อในธุรกิจ EMS ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569
- การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน
- การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพจากการลดหนี้ระยะยาว
ความเสี่ยง
- ต้นทุนบริการของธุรกิจตู้เต่าบิน (ค่าเสื่อมราคา, ค่าเช่าพื้นที่, ค่าอะไหล่) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
- ความผันผวนของรายได้ในธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ตามรอบการส่งมอบโครงการ
- ความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนจากกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานที่เป็นลบ 332 ล้านบาท
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ในไตรมาสถัดไป
- การควบคุมต้นทุนบริการของธุรกิจตู้เต่าบิน เพื่อไม่ให้กระทบมาร์จินรวม
- ความคืบหน้าของโครงการใหม่ในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรซ์ฯ ว่าจะสามารถรับรู้รายได้ได้ตามแผนหรือไม่
- การบริหารสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบเพิ่มขึ้น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
บริษัทมีการปรับตัวของ Product Mix ที่ชัดเจน โดยธุรกิจ EMS กลายเป็นฐานรายได้ที่เติบโตสูง (30% ของรายได้หลัก) ในขณะที่ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก (35%) แต่เผชิญความท้าทายด้านต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น การที่บริษัทเน้นการรับจ้างผลิตแผงวงจรที่มีแนวโน้มคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะสั้นได้ดี
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและสินค้าคงเหลือ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 332 ล้านบาท เนื่องจากการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทมีการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินงาน ทำให้ D/E Ratio อยู่ที่ 2.08 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีสาระสำคัญ
สรุปท้าย
FORTH โชว์ฟอร์มแกร่งในไตรมาส 2/2569 ด้วยกำไรสุทธิที่โตเกือบเท่าตัว แม้รายได้รวมจะโตเพียงเล็กน้อย โดยมี "ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์" เป็นพระเอกในการทำกำไรผ่านการบริหารมาร์จินที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจตู้เต่าบินที่เริ่มมีแรงกดดันจากต้นทุนดำเนินงาน รวมถึงการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่สะท้อนผ่านกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ติดลบเพิ่มขึ้นในรอบนี้