CPALL โชว์กำไรไตรมาส 2/26 โตแกร่ง 11% พร้อมเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง
ไฮไลท์สำคัญ
โบรกเกอร์ PI ออกบทวิเคราะห์หุ้น CPALL โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายพื้นฐานที่ 61.00 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่า PE Multiple ที่ 18 เท่า (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์) พร้อมคาดการณ์ผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 3%-4% ตอกย้ำความน่าสนใจของหุ้นในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตอย่างยั่งยืน
เจาะลึกผลประกอบการ
บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/26 อยู่ที่ 7.5 พันล้านบาท เติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยบวกจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง และยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ 7-Eleven ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.8% จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นช่วยหนุนยอดขายกลุ่มอาหารพร้อมทาน นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 200 แห่ง ทำให้มีสาขารวม 16,284 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/26 ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจร้านสะดวกซื้อปรับตัวดีขึ้นเป็น 28.0% จากการบริหารจัดการสินค้าที่ดีขึ้น แม้ภาพรวมจะมีแรงกดดันจากธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกภายใต้ CPAXT บ้างก็ตาม
ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน
นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะได้รับผลกระทบจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ในวงจำกัด โดยอิงจากยอดขายสาขาเดิมในเดือนมิถุนายนที่ยังทรงตัวได้ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มฟื้นตัวตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ทั้งนี้ บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เช่น การปิดไฟบางส่วนในร้านเพื่อลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2/26 พบว่ากำไรปกติปรับตัวลดลง 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามความผันผวนในระยะสั้น
สรุปภาพรวม
PI ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 เติบโต 7% YoY โดยมองว่า CPALL เป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งจากการบูรณาการกลยุทธ์ ESG เข้ากับธุรกิจหลัก ทั้งการใช้เทคโนโลยี IoT ลดการใช้พลังงาน และการสร้างโอกาสให้ SMEs ซึ่งช่วยลดต้นทุนและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว นักลงทุนสามารถมั่นใจในสถานะผู้นำตลาดที่เติบโตไปพร้อมกับสังคม พร้อมรับ Upside ที่คาดการณ์ไว้ถึง 25% จากราคาปัจจุบัน