CPALL โชว์แกร่งไตรมาส 2/69 กำไรโตตามเป้า โบรกฯ มั่นใจธุรกิจ 7-Eleven หนุนอนาคตสดใส
สรุปไฮไลท์สำคัญ
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,512 ล้านบาท เติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะปรับตัวลดลง 17.6% จากไตรมาสก่อนหน้าตามปัจจัยฤดูกาล โดยผลประกอบการเป็นไปตามที่ตลาดและโบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายสาขา 7-Eleven และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น
เจาะลึกผลประกอบการและการเติบโต
โบรกเกอร์ FSSIA วิเคราะห์ว่ารายได้รวมในไตรมาส 2/2569 เติบโต 3.3% จากปีก่อน โดยมีจำนวนสาขา 7-Eleven เพิ่มขึ้นเป็น 16,300 สาขา (+4.4% y-y) แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS) ของกลุ่ม Makro และ Lotus จะอ่อนตัวลง แต่ธุรกิจ 7-Eleven ยังคงมีความแข็งแกร่งและช่วยชดเชยส่วนที่ขาดหายไปได้ ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 22.8% ทรงตัวจากปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่ผันผวนตามราคาน้ำมันและ GPM ของ CPAXT ที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากยอดขายสาขาเดิมที่เป็นบวกและการขยายตัวของ GPM ใน 7-Eleven เมื่อแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันเริ่มคลี่คลาย
ข้อสังเกตและประเด็นที่ต้องติดตาม
นักวิเคราะห์ได้ให้ข้อสังเกตสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ได้แก่ 1) แผนการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bond) มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากมีการเปลี่ยนเป็นหุ้นกู้ทั่วไปอาจมีผลกระทบต่อกำไรเล็กน้อย (ไม่เกิน 1% ของกำไรปี 2570) 2) แนวโน้มยอดขายสาขาเดิมในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2569 ภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทย" และ 3) รายได้อื่นของ 7-Eleven ในช่วงครึ่งปีหลังที่มีโอกาสเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง
บทสรุปและการลงทุน
ด้วยความแข็งแกร่งของธุรกิจ 7-Eleven ที่สามารถชดเชยความอ่อนแอของ CPAXT ได้อย่างเต็มที่ FSSIA จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 63 บาท โดยมองว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกคิดเป็น 52% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการเติบโตของกำไรปี 2569 ที่คาดว่าจะโต 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน