ข่าวสาร
ไตรมาส 2/2569 เป็นไตรมาสที่บริษัททำกำไรสุทธิได้สูงสุดในรอบ 25 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับงานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) ที่มีอัตรากำไรสูงถึง 40% ของรายได้ทั้งหมด และการแข่งขันในตลาดที่ลดลง ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรที่ดีกว่างานเสาเข็มได้
PYLON: ผลงาน Q2/2569 กำไรสุทธิสูงสุดในรอบ 25 ไตรมาส พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.15 บาท/หุ้น
เดือนที่แล้ว 00:11 น.
0 ความเห็น
PYLON: ผลงาน Q2/2569 กำไรสุทธิสูงสุดในรอบ 25 ไตรมาส พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.15 บาท/หุ้น
1. Highlights
- รายได้ (Revenue): 416.72 ล้านบาท (+6.7% YoY, -15.2% QoQ)
- กำไรขั้นต้น (Gross Profit): 121.57 ล้านบาท (+27.7% YoY, +4.9% QoQ)
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin): 29.28% (จาก 24.5% ใน Q2/2568 และ 23.7% ใน Q1/2569)
- กำไรสุทธิ (Net Profit): 80.15 ล้านบาท (+36.4% YoY, +3.8% QoQ)
- อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin): 19.23% (จาก 15.2% ใน Q2/2568 และ 16.2% ใน Q1/2569)
- กำไรต่อหุ้น (EPS): 0.107 บาท
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): 0.51 เท่า
- อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio): 2.77 เท่า
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: 598.52 ล้านบาท
- Backlog: 1,513.5 ล้านบาท (ณ วันที่ 18 ส.ค. 2569)
- ปันผลระหว่างกาล: 0.15 บาท/หุ้น (ขึ้น XD วันที่ 27 ส.ค. 2569, จ่ายวันที่ 11 ก.ย. 2569)
ไตรมาส 2/2569 เป็นไตรมาสที่บริษัททำกำไรสุทธิได้สูงสุดในรอบ 25 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับงานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) ที่มีอัตรากำไรสูงถึง 40% ของรายได้ทั้งหมด และการแข่งขันในตลาดที่ลดลง ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรที่ดีกว่างานเสาเข็มได้
3. Outlook
- Backlog: ปัจจุบันมี Backlog อยู่ที่ 1,513.5 ล้านบาท ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง
- โครงการใหม่: บริษัทได้รับงานใหม่เพิ่มขึ้น 332.5 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ถึงปัจจุบัน
- โครงการภาครัฐ: คาดว่าโครงการภาครัฐ เช่น มอเตอร์เวย์ และรถไฟฟ้าสายสีส้ม จะเริ่มประมูลได้ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะช่วยดูดซับ Supply ในตลาดและทำให้ Demand ต่อเนื่อง
- Data Center: คาดว่าจะเห็นงาน Data Center ออกมามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และบริษัทมีศักยภาพในการรับงานประเภทนี้
- กำลังการผลิต: บริษัทมีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้หากมีงานเพิ่มขึ้น
- การบริหารต้นทุน: บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบ ERP และแอปพลิเคชันในการควบคุมคุณภาพและค่าใช้จ่าย
- การเปลี่ยนผ่านโครงการ: การเปลี่ยนผ่านโครงการขนาดใหญ่บางโครงการอาจทำให้รายได้ในบางไตรมาสลดลงชั่วคราว
- การแข่งขัน: แม้ว่าการแข่งขันในตลาดจะลดลง แต่ก็ยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ในอนาคต
- โครงการภาครัฐ: โครงการภาครัฐบางโครงการอาจมีการล่าช้าหรือยกเลิก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของตลาด
- ต้นทุน: ความผันผวนของราคาน้ำมัน คอนกรีต และเหล็กเส้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัท แม้ว่าจะมีการประเมินความเสี่ยงและคิดรวมไว้ในงบประมาณแล้วก็ตาม
- บุคลากร: การหาบุคลากรที่มีคุณภาพ เช่น วิศวกร โฟร์แมน และแรงงานฝีมือ เป็นความท้าทายในอุตสาหกรรมนี้
- Q1: บริษัทมองโอกาสและตั้งเป้าจะได้รับงานใหม่ใน 6-12 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center, โรงงาน และโครงการภาครัฐอย่างไร?
- Q2: Gross Profit Margin ที่ระดับ 23-25% จะเป็นระดับใหม่ที่ยืนได้ใน Q3-Q4 หรือไม่?
- Q3: ในช่วง Q2 มีสัดส่วนงาน Diaphragm Wall ต่องานทั้งหมดเป็นเท่าไร และคาดว่าในครึ่งปีหลังจะคงที่หรือลดลง?
- Q4: ประเมินการใช้กำลังการผลิตใน Q3 อย่างไร เทียบกับ Q2?
- Q5: จากข่าวลือเรื่องสงครามยืดเยื้อ มีโอกาสที่จะมีผลกระทบหรือความเสี่ยงต่อบริษัทมากน้อยแค่ไหน?
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น