เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PTT โชว์กำไร Q2/69 พุ่งกระฉูด 104% พร้อมเคาะราคาเป้าหมายใหม่ 48 บาท
ข่าวสาร

PTT โชว์กำไร Q2/69 พุ่งกระฉูด 104% พร้อมเคาะราคาเป้าหมายใหม่ 48 บาท

PTT P/E 9.11 YIELD 5.79
เมื่อวาน 11:40 น. 0 ความเห็น

ผลงานไตรมาส 2 โดดเด่นเกินคาด

บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ PTT ในไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 104.1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกำไรจากการดำเนินงานปกติที่เติบโตต่อเนื่อง 4.9% และการบันทึกรายการพิเศษสุทธิ โดยเฉพาะกำไรจาก Commodity Hedging ที่พลิกกลับมาเป็นบวกถึง 8.5 พันล้านบาท ประกอบกับการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เจาะลึกปัจจัยบวกและการเติบโต

ในส่วนของกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ที่เติบโต 4.9% QoQ มาอยู่ที่ 6.6 หมื่นล้านบาทนั้น มีปัจจัยหลักมาจากบริษัทลูกอย่าง PTTEP ที่มีกำไรปกติเพิ่มขึ้น 23.2% จากราคาและปริมาณขายปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจหลักก๊าซธรรมชาติของ PTT เองยังมี EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 88.3% QoQ จากอัตรากำไรขั้นต้นของโรงแยกก๊าซฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีจะถูกกดดันจากกำไรสต๊อกน้ำมันที่ลดลง แต่ภาพรวมกำไรสุทธิครึ่งปีแรก (1H69) อยู่ที่ 7.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 68.7% ของประมาณการกำไรทั้งปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่แข็งแกร่ง

ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม

ฝ่ายวิจัย ASPS ให้ข้อสังเกตว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 อาจมีการปรับตัวลดลง QoQ เนื่องจากคาดการณ์ราคาปิโตรเลียมในตลาดโลกจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงตามภาวะสงครามที่คลี่คลาย รวมถึงปริมาณขายปิโตรเลียมของทั้ง PTT และ PTTEP มีแนวโน้มลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน (Maintenance) หลายโครงการ รวมถึงโรงแยกก๊าซฯ ที่ 6 ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้าน ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ และ ความเสี่ยงจากการทำ Hedging รวมถึงปัจจัยด้าน ESG ที่ธุรกิจยังคงพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก

มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย

บล.เอเซียพลัส ปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2570 โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 48 บาทต่อหุ้น โดยยังคงชื่นชอบ PTT ในฐานะ Holding Company ที่มีความหลากหลายของธุรกิจ (Diversified) ช่วยสร้างเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวนได้ดี นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงราว 5-6% ต่อปี โดยคาดการณ์การจ่ายปันผลครึ่งปีแรกขั้นต่ำที่ 1.1 บาทต่อหุ้น และมีโอกาสลุ้นปันผลพิเศษในครึ่งปีหลังหากผลประกอบการยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ราคาหุ้นปัจจุบันยังถือว่า Laggard กว่าบริษัทลูกในกลุ่มฯ จึงแนะนำให้เป็นจังหวะในการเข้าซื้อสะสม
ยังไม่มีความคิดเห็น