JTS เผยผลงาน Q2/2569 รายได้โต 1% รับอานิสงส์ธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมหนุน
รายได้รวมปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจหลัก ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งเครื่องปรับโครงสร้างธุรกิจสู่เทคโนโลยี AI และ Cyber Security
บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 599 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมที่เติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 19 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจและการบริหารจัดการต้นทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้ คือการเติบโตของรายได้จากธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมที่เข้ามาทดแทนรายได้จากธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
หัวใจคืออะไร: ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้คือ "ธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม" ซึ่งมีรายได้ 570 ล้านบาท เติบโต 9% YoY และ 21% QoQ โดยเฉพาะจากบริการวงจรเช่า (DPLC) ที่รองรับลูกค้าแพลตฟอร์มต่างประเทศ ในขณะที่ธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์มีรายได้ลดลงเหลือเพียง 3 ล้านบาท (ลดลง 84% YoY) ตามกลยุทธ์การผลิตแบบยืดหยุ่นที่เน้นเดินเครื่องเฉพาะช่วงที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าคุ้มค่า
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากกลยุทธ์การปรับพอร์ตธุรกิจของ JTS ที่มุ่งเน้นไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI มากขึ้น โดยบริษัทได้หยุดให้บริการธุรกิจออกแบบและวางระบบสื่อสารบางส่วน และหันมาขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับการเติบโตของ Generative AI ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนมากกว่าธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคม เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีรายได้สม่ำเสมอและสอดคล้องกับความต้องการใช้ Data ในยุคดิจิทัล ส่วนธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์จะมีลักษณะเป็น "การผลิตแบบยืดหยุ่น" ซึ่งจะขึ้นอยู่กับราคาเหรียญและต้นทุนพลังงานเป็นสำคัญ ทั้งนี้ แผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น AI และ Cyber Security ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามความคืบหน้าในการสร้างรายได้หลักในอนาคต
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 599 ล้านบาท (+1% YoY, +19% QoQ)
- ธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคม: เป็นพระเอกหลัก รายได้ 570 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งตามความต้องการใช้บริการวงจรเช่า
- ธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์: รายได้ลดลงเหลือ 3 ล้านบาท ตามกลยุทธ์เน้นความคุ้มค่าของต้นทุนไฟฟ้า
- กำไรจากการดำเนินงาน: 18 ล้านบาท ลดลง 54% YoY แต่ฟื้นตัว 213% QoQ
- ผลขาดทุนสุทธิ: 19 ล้านบาท (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) สะท้อนการปรับโครงสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 599 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยต้นทุนขายและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนเหมืองขุดบิทคอยน์ลดลงอย่างมากถึง 57% YoY จากการบริหารจัดการต้นทุนไฟฟ้าและค่าเสื่อมราคาที่ลดลง
โอกาส
การผสานธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมเข้ากับบริการคลาวด์และ AI เป็นจุดแข็งสำคัญ โดยบริษัทมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ในไทยที่ต้องการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภายในประเทศ รวมถึงการขยายไปสู่ธุรกิจ Cyber Security ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงในปัจจุบัน
ความเสี่ยง
ความผันผวนของราคาเหรียญดิจิทัลที่ส่งผลต่อธุรกิจเหมืองขุด และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ทำให้บริษัทต้องชะลอการลงทุนในธุรกิจดาวเทียมและสถานพยาบาลปฐมภูมิ (AI-Powered Clinic) ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การขยายฐานลูกค้า DPLC ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและ Data Center
- ความคืบหน้าของแพลตฟอร์ม Generative AI (Chatbot/Predictive AI) ว่าจะเริ่มสร้างรายได้ที่เป็นรูปธรรมเมื่อใด
- การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับรายได้ที่ผันผวน
- แผนการกลับมาลงทุนในธุรกิจดาวเทียมและสถานพยาบาลปฐมภูมิหากเศรษฐกิจฟื้นตัว
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
JTS กำลังเปลี่ยนผ่านจากบริษัทที่พึ่งพารายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัล ไปสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเน้นการใช้ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพภายในผ่านแอปพลิเคชัน Look Look และ Peep Share ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวตามกระแสโลก (Digital Transformation) อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นหลัก (ประมาณ 95% ของรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสนี้)
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2568 โดยมีหนี้สินรวม 1,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 801 ล้านบาท ลดลง 8% จากผลประกอบการในงวดที่ผ่านมา
สรุปท้าย
JTS ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ชัดเจน โดยลดการพึ่งพาธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์และหันมาเน้นธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีความมั่นคงกว่า แม้จะมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ แต่การเติบโตของรายได้หลักและการควบคุมต้นทุนเหมืองขุดถือเป็นสัญญาณบวกในการปรับตัวสู่ธุรกิจเทคโนโลยีและ AI ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป