ZEN กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 6% YoY กดดันจากยอดขายร้านอาหารสาขาเดิมชะลอตัว
รายได้รวมปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเติบโตโดดเด่นช่วยพยุงผลประกอบการ
บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 973 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรสุทธิ 15 ล้านบาท ลดลง 6% YoY จากผลกระทบของกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัวและการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาการเติบโตในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายได้ดี พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้ใหม่ในระยะยาว
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ การหดตัวของรายได้ธุรกิจร้านอาหารหลัก ซึ่งได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่เปราะบางและการปิดสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงจาก 40.5% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 37.8% ในไตรมาสนี้
- สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลง: รายได้จากธุรกิจร้านอาหารลดลง 11% YoY เนื่องจากมีการปิดสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของไปแล้ว 19 สาขาในปีที่ผ่านมาและอีก 3 สาขาในครึ่งปีแรกของปีนี้ ประกอบกับอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ติดลบ 5.6% สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น นอกจากนี้ สัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไปโดยหันไปพึ่งพาธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายมากขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ภาพรวมของมาร์จินถูกกดดัน
- กลไกผลกระทบ: แม้บริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดลง 10% YoY จากการคุมงบการตลาดและลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานตามจำนวนสาขาที่น้อยลง แต่รายได้ที่ลดลงในอัตราที่สูงกว่าทำให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงเหลือ 9 ล้านบาท (ลดลง 16% YoY)
- ความต่อเนื่อง: ปัจจัยลบด้านกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางมีแนวโน้มเป็นแรงกดดันต่อเนื่องในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างสาขาที่เสร็จสิ้นและการมุ่งเน้นธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย รวมถึงการขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศ เป็นกลยุทธ์ที่ฝ่ายจัดการคาดหวังว่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพของรายได้ในอนาคต ซึ่งยังคงต้องติดตามความสามารถในการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เป็นสำคัญ
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 973 ล้านบาท ลดลง 4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3% QoQ
- กำไรสุทธิ: 15 ล้านบาท ลดลง 6% YoY และลดลง 39% QoQ
- SSSG: ติดลบ 5.6% ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนกำลังซื้อที่อ่อนตัว
- ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย: เติบโตแข็งแกร่ง 14% YoY จากการขยายช่องทางโมเดิร์นเทรดและผลิตภัณฑ์ใหม่
- การขยายสาขา: เปิดสาขาใหม่รวม 7 สาขาในไตรมาสนี้ (เน้นแฟรนไชส์) ทำให้ปัจจุบันมีสาขารวม 292 สาขา
- ฐานะการเงิน: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (D/E Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.02 จาก 1.10 ณ สิ้นปี 2568
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวม 973 ล้านบาท ลดลง 4% YoY แต่ฟื้นตัว 3% QoQ โดยธุรกิจร้านอาหารยังคงเป็นรายได้หลัก (68.6% ของรายได้รวม) แม้จะเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจ แต่ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปิดสาขาได้บางส่วน
โอกาส
- การขยายธุรกิจแฟรนไชส์ในต่างประเทศ (เช่น สปป.ลาว) ช่วยสร้างรายได้ประจำ
- การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “On Tea Tokyo” และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง ช่วยขยายฐานลูกค้า
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่หลักช่วยสนับสนุนยอดขายร้านอาหาร
ความเสี่ยง
- กำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังเปราะบางและเน้นความคุ้มค่า
- ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่มีความผันผวน
- การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหาร ทั้งด้านราคาและโปรโมชั่น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การฟื้นตัวของ SSSG ในช่วงครึ่งปีหลัง
- ประสิทธิภาพการทำกำไรจากธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายที่เพิ่มสัดส่วนขึ้น
- ความคืบหน้าของการขยายแฟรนไชส์ในต่างประเทศ
- การควบคุมต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) หลังการปรับโครงสร้างสาขา
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
บริษัทมีการปรับตัวเชิงกลยุทธ์โดยลดการพึ่งพาร้านอาหารที่บริษัทเป็นเจ้าของ (ซึ่งมีต้นทุนคงที่สูง) และหันไปขยายผ่านโมเดลแฟรนไชส์มากขึ้น (เปิดใหม่ 7 สาขาในไตรมาสนี้) นอกจากนี้ ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายมีการเติบโต 14% YoY จากการใช้ศูนย์กระจายสินค้าและช่องทางโมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นเลนส์สำคัญในการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของยอดขายหน้าร้าน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น โดย D/E Ratio ลดลงเหลือ 1.02 และอัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเป็น 1.46 สินทรัพย์รวมลดลงจากการปิดสาขา (ลดสินทรัพย์สิทธิการใช้ ROU) แต่มีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย
สรุปท้าย
ผลประกอบการ ZEN ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงการปรับตัวท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แม้กำไรจะลดลงจากธุรกิจร้านอาหารที่หดตัว แต่การเติบโตของธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายและการบริหารจัดการสาขาอย่างรัดกุมช่วยประคองสถานะทางการเงินไว้ได้ โดยทิศทางในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการขยายธุรกิจแฟรนไชส์และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นสำคัญ