ETL เผยผลงาน Q2/2569 ขาดทุนสุทธิ 13.5 ล้านบาท รับแรงกดดันต้นทุนพลังงานพุ่งสูง
อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวแตะ 4.5% หลังบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งเครื่องธุรกิจ Cold Chain และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์รับการย้ายฐานผลิต
บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้จากการให้บริการ 565.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 9% QoQ แม้ภาพรวมยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 13.5 ล้านบาท แต่สะท้อนสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นจาก 1.6% ในไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 4.5% ในไตรมาสนี้ ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น" จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้บริษัทจะเผชิญกับภาวะขาดทุนสุทธิ 13.5 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษ (Non-recurring items) จำนวน 10 ล้านบาท (การตัดจำหน่ายลูกหนี้ในมาเลเซีย 8 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายจัดตั้งบริษัทย่อยในจีน 2 ล้านบาท) รวมถึงต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 30% ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ปัจจัยบวกที่หนุนให้ GPM ฟื้นตัวจาก 1.6% เป็น 4.5% QoQ มาจากการที่บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนค่าน้ำมันไปยังลูกค้าได้ใกล้เคียงกับต้นทุนจริงมากขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการเที่ยวรถวิ่งเปล่า (Empty run) และการจัดการหน้าด่านพรมแดนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ รายได้ที่เติบโต 9% QoQ ยังได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลผลไม้ที่ทำให้การขนส่งตู้ควบคุมอุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึง 38% QoQ
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณงาน โดยบริษัทมีแผนรุกธุรกิจ Cold Chain และกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์/ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการแข็งแกร่งจากการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ไทยและ EEC อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถและบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์เพื่อรองรับการเติบโตในไตรมาสที่ 3
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการให้บริการ: อยู่ที่ 565.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 9% QoQ
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ฟื้นตัวจาก 1.6% (Q1/2569) มาอยู่ที่ 4.5% (Q2/2569)
- รายการพิเศษ: มีค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำรวม 10 ล้านบาท (ตัดจำหน่ายลูกหนี้และค่าจัดตั้งบริษัทใหม่)
- การขนส่งตู้ควบคุมอุณหภูมิ: เติบโตโดดเด่น 38% QoQ รับอานิสงส์ฤดูกาลผลไม้
- กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน: พลิกเป็นกำไร 5.2 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารความผันผวนของค่าเงิน
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้รวม 565.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 9% จากปริมาณเที่ยวขนส่งที่เพิ่มขึ้น 10% อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิ 13.5 ล้านบาทได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษ และต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงต้นไตรมาส ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิยังคงติดลบที่ 2.9%
โอกาส
- การย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดาต้าเซ็นเตอร์เข้าสู่ไทยและภูมิภาคอาเซียน
- การขยายตัวของธุรกิจ Cold Chain (อาหาร/ผลไม้) ไทย-จีน ที่มีความต้องการมั่นคง
- การใช้รูปแบบการขนส่ง Multimodal (Sea-to-Land และ Rail-Road) เพื่อเลี่ยงปัญหาความแออัดหน้าด่านและขยายเส้นทางสู่เอเชียกลาง
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง
- การแข่งขันด้านราคาและรูปแบบการขนส่งที่ลูกค้าอาจหันไปใช้ทางเลือกอื่น (ทะเล/อากาศ) หากต้นทุนทางบกสูงเกินไป
- ความไม่แน่นอนของคดีความทางกฎหมายในมาเลเซียที่อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหาย
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความสามารถในการรักษา GPM ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3
- การบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันและประสิทธิภาพการเดินรถ (เที่ยววิ่งเปล่า)
- การเติบโตของปริมาณงานในเส้นทาง Southbound จากจีนมายังอาเซียน
- ความคืบหน้าของโครงการรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) 8 คัน เพื่อลดต้นทุนพลังงานและพัฒนา Green Logistics
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
บริษัทเน้นการขนส่งข้ามพรมแดน (CBT) เป็นหลัก โดยมีปริมาณการขนส่งเฉลี่ย 2,000 เที่ยวต่อเดือน การบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์และตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Reefer) เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ โดยบริษัทได้เตรียมตู้ Food Grade ไว้รองรับความต้องการสินค้าเกษตรไทย-จีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูงในฤดูกาล
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,310.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ หนี้สินรวมอยู่ที่ 780.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าตามปริมาณงานที่ขยายตัว กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 28.61 ล้านบาท
สรุปท้าย
ETL ผ่านช่วงไตรมาส 2/2569 ด้วยการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ที่เห็นผลชัดเจนในด้านการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น แม้จะมีรายการพิเศษกดดันผลกำไรสุทธิ แต่ด้วยแผนการขยายธุรกิจในกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการสูงและการบริหารจัดการต้นทุนที่รัดกุมขึ้น ทำให้ทิศทางในไตรมาสที่ 3 มีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของฐานการผลิตในภูมิภาคและปริมาณงานจากจีนที่เพิ่มขึ้น