BLA กำไรสุทธิ Q2/2569 แตะ 1,997 ล้านบาท กดดันจากผลการดำเนินงานด้านการลงทุน
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ปรับตัวตามรายได้จากการลงทุนที่ลดลง ขณะที่กำไรจากการให้บริการประกันภัยยังคงเติบโตแข็งแกร่ง
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,997 ล้านบาท ลดลง 158 ล้านบาท หรือร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่ลดลง 92 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทยังสามารถทำกำไรสุทธิได้ 3,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยและการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้นในภาพรวม 6 เดือน
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คือการลดลงของรายได้จากการลงทุนสุทธิ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงตามผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายจากการถือครองเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่ลดลง ประกอบกับกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 ส่งผลให้ผลการดำเนินงานด้านการลงทุนโดยรวมปรับตัวลดลง 92 ล้านบาท
ในขณะที่ผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ โดยในไตรมาส 2/2569 ส่วนนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 81 ล้านบาท จากอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนที่ลดลงจากประสบการณ์ที่ดีขึ้น รวมถึงกำไรจากการให้บริการตามสัญญาสำหรับกรมธรรม์ใหม่ (CSM) ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 64 ในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและการคัดเลือกความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ปัจจัยด้านรายได้จากการลงทุนยังคงมีความผันผวนตามสภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นลักษณะที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในแต่ละรอบไตรมาส อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรจากการให้บริการประกันภัยและอัตรากำไรต่อเบี้ยปีแรกที่อยู่ในระดับสูง (63.5% ในครึ่งปีแรก) ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยประคองผลประกอบการให้มีความมั่นคงต่อเนื่อง
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569: อยู่ที่ 1,997 ล้านบาท ลดลง 7% YoY จากผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่ชะลอตัว
- กำไรสุทธิ 6 เดือนแรก: อยู่ที่ 3,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY หนุนโดยผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 375 ล้านบาท
- เบี้ยประกันภัยรับรวม: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 7,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY
- อัตรากำไรต่อเบี้ยปีแรก: สำหรับกรมธรรม์ใหม่ในครึ่งปีแรกสูงถึง 63.5% เพิ่มขึ้นจาก 58.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ความแข็งแกร่งทางการเงิน: อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 391% สูงกว่าเกณฑ์กฎหมายที่ 140% อย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมผลประกอบการ
กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 1,997 ล้านบาท โดยรายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 72 ล้านบาท จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุง (Adjusted Operating Profit) ในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 73% เมื่อเทียบ QoQ สะท้อนถึงการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนและสัญญาประกันภัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โอกาส
การเติบโตของกำไรจากการให้บริการตามสัญญาสำหรับกรมธรรม์ใหม่ (CSM) ที่เพิ่มขึ้น 27% ในช่วงครึ่งปีแรก และอัตรากำไรต่อเบี้ยปีแรกที่สูงขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ ช่องทางธนาคารยังคงเป็นช่องทางหลักที่แข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโต 11% ในช่วง 6 เดือนแรก
ความเสี่ยง
ความผันผวนของรายได้จากการลงทุนที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดตราสารหนี้และตราสารทุน รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่ส่งผลต่อการวัดมูลค่าหนี้สินสัญญาประกันภัย ซึ่งอาจกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและกำไรในแต่ละงวด
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ส่งผลต่อผลตอบแทนจากการลงทุน (Investment Yield)
- การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
- การรักษาอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนให้คงอยู่ในระดับต่ำเพื่อสนับสนุนผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัย
- ความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในช่องทางธนาคารและตัวแทนท่ามกลางการแข่งขันที่สูง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ประกันชีวิต)
บริษัทมีสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนในตราสารหนี้สูงถึง 84.5% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรายได้ดอกเบี้ย โดยอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) อยู่ที่ 4.87% ในไตรมาสนี้ ทั้งนี้ หนี้สินจากสัญญาประกันภัยลดลง 2.6% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการวัดมูลค่าหนี้สินที่ลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 309,950 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากสิ้นปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 56,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากกำไรสุทธิที่รับรู้เข้ามา แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลและผลกระทบจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นก็ตาม
สรุปท้าย
BLA แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ยืดหยุ่นแม้เผชิญความผันผวนของรายได้จากการลงทุนในไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรจากการบริการประกันภัยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่แข็งแกร่ง ด้วยฐานะเงินกองทุนที่มั่นคง (CAR 391%) และการเติบโตของกำไรจากกรมธรรม์ใหม่ ทำให้บริษัทมีพื้นฐานที่พร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านตลาดในระยะถัดไป