เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PTG พลิกกำไร Q2/2569 รับธุรกิจ Non-Oil โตแกร่ง-ธุรกิจ Oil ฟื้นตัว
ข่าวสาร

PTG พลิกกำไร Q2/2569 รับธุรกิจ Non-Oil โตแกร่ง-ธุรกิจ Oil ฟื้นตัว

PTG P/E 31.43 YIELD 4.79
เมื่อวาน 21:23 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไรฟื้นตัวตามคาด ฝ่ายบริหารเน้นกลยุทธ์ "One PTG" ผสานธุรกิจ Oil-Non Oil สร้างการเติบโตยั่งยืน

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ 74 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจ Oil ที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Non-Oil รายได้จากการขายและการให้บริการรวมอยู่ที่ 61,863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PTG ในไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมามีกำไร คือ การฟื้นตัวของกำไรขั้นต้นต่อลิตรในธุรกิจ Oil ควบคู่กับการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจ Non-Oil โดยกำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 6.0% YoY เป็น 4,602 ล้านบาท แม้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะลดลง 15.3% YoY แต่ราคาขายปลีกเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้น 27.8% YoY และ 33.3% QoQ ช่วยชดเชยได้ ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าขยะบ้านพรุ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ธุรกิจ Oil: การฟื้นตัวของกำไรขั้นต้นต่อลิตรเกิดจากการปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันโลกมากขึ้น ประกอบกับการบริหารกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพ แม้ปริมาณการจำหน่ายจะลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายปลีกช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรได้

ธุรกิจ Non-Oil: การเติบโตมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ 1) ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ที่ขยายเครือข่ายสาขาอย่างก้าวกระโดดถึง 50.2% YoY เป็น 2,467 สาขา และยอดขายเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 60.3% YoY 2) ธุรกิจก๊าซ LPG ที่มีรายได้เติบโต 9.6% YoY จากปริมาณการจำหน่ายภาคยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น และ 3) ธุรกิจโรงไฟฟ้าจากขยะ ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และรับรู้รายได้จากการก่อสร้างและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้า

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารมีแผนขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด "One PTG" เพื่อเชื่อมโยงฐานลูกค้าและบริการระหว่างธุรกิจ Oil และ Non-Oil สร้างการเติบโตแบบ Ecosystem สำหรับธุรกิจ Oil จะเน้นการฟื้นฟูปริมาณการจำหน่ายและรักษาความสามารถในการทำกำไร ส่วนธุรกิจ Non-Oil จะมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพสาขาเดิม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริหารต้นทุน นอกจากนี้ การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการโรงไฟฟ้าขยะบ้านพรุตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มความหลากหลายของโครงสร้างรายได้ในระยะยาว

Highlight สำคัญ

  • พลิกมีกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท: เทียบกับขาดทุน 205 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569 และขาดทุน 312 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568
  • รายได้รวม 61,863 ล้านบาท: เพิ่มขึ้น 9.5% YoY และ 8.9% QoQ
  • กำไรขั้นต้น 4,602 ล้านบาท: เพิ่มขึ้น 6.0% YoY และ 7.8% QoQ
  • ธุรกิจ Non-Oil เติบโตโดดเด่น: รายได้เพิ่มขึ้น 21.3% YoY โดยธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขา 50.2% YoY เป็น 2,467 สาขา
  • ธุรกิจ Oil ฟื้นตัว: กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16.0% QoQ จากกำไรขั้นต้นต่อลิตรที่สูงขึ้น
  • โรงไฟฟ้าขยะบ้านพรุเริ่ม COD: เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/2569 และจะรับรู้เต็มไตรมาสตั้งแต่ Q3/2569
  • EBITDA ฟื้นตัว 32.0% QoQ: อยู่ที่ 1,691 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2/2569 PTG พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท จากการขาดทุนในไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 9.5% YoY เป็น 61,863 ล้านบาท ซึ่งมาจากทั้งธุรกิจ Oil ที่ราคาขายปลีกเฉลี่ยต่อลิตรปรับสูงขึ้น และธุรกิจ Non-Oil ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยและรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าขยะบ้านพรุ กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 6.0% YoY เป็น 4,602 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจ Non-Oil ที่เติบโต 29.7% YoY ขณะที่ธุรกิจ Oil ฟื้นตัว 16.0% QoQ จากกำไรขั้นต้นต่อลิตรที่สูงขึ้น EBITDA อยู่ที่ 1,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.0% QoQ

สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 118,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY แต่มีขาดทุนสุทธิ 77 ล้านบาท เทียบกับกำไร 498 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงกดดันจากกำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil ที่อ่อนตัวในไตรมาส 1/2569 และค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการขยายเครือข่าย

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil: การขยายเครือข่ายสาขากาแฟพันธุ์ไทยอย่างต่อเนื่อง, การเติบโตของธุรกิจก๊าซ LPG, และการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโรงไฟฟ้าขยะบ้านพรุ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและกระจายแหล่งรายได้
  • กลยุทธ์ "One PTG": การผสานธุรกิจ Oil และ Non-Oil เพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง เพิ่มความถี่และมูลค่าการใช้บริการของลูกค้า
  • การบริหารจัดการต้นทุนและราคา: ความสามารถในการปรับราคาขายปลีกให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันโลก และการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ Oil
  • การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน: โครงการโรงไฟฟ้าขยะบ้านพรุจะสร้างรายได้ประจำและเพิ่มความหลากหลายให้แก่โครงสร้างรายได้ในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการจัดหาน้ำมันและราคาขายปลีก ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณการจำหน่ายและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ Oil
  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว: ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการเดินทาง ซึ่งกระทบต่อปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและยอดขายในธุรกิจ Non-Oil บางประเภท
  • การแข่งขันในธุรกิจ Non-Oil: โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟและร้านสะดวกซื้อ ที่มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดและอัตรากำไร
  • การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ: นโยบายเกี่ยวกับราคาพลังงาน, กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง, หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน: การฟื้นตัวของปริมาณการจำหน่ายในธุรกิจ Oil ในช่วงครึ่งปีหลัง
  • การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil: โดยเฉพาะการขยายสาขาและการทำกำไรของกาแฟพันธุ์ไทย และการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโรงไฟฟ้าขยะ
  • การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย: ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนจัดหาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • การดำเนินงานตามกลยุทธ์ "One PTG": ความสำเร็จในการผสานธุรกิจ Oil และ Non-Oil เพื่อสร้าง Synergy
  • การปรับประมาณการเป้าหมายปี 2569: โดยเฉพาะการเติบโตของยอดขาย Non-Oil และปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)

ธุรกิจ Oil: ในไตรมาส 2/2569 รายได้ธุรกิจ Oil อยู่ที่ 55,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากราคาขายปลีกเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้น 27.8% YoY แม้ปริมาณการจำหน่ายรวมจะลดลง 15.3% YoY เหลือ 1,439 ล้านลิตร กำไรขั้นต้นลดลง 6.8% YoY เป็น 2,630 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 16.0% QoQ จากกำไรขั้นต้นต่อลิตรที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.83 บาท/ลิตร (+41.4% QoQ) EBITDA ลดลง 49.9% YoY แต่ฟื้นตัว 265.2% QoQ เป็น 1,221 ล้านบาท ฝ่ายบริหารปรับลดประมาณการปริมาณการจำหน่ายน้ำมันทั้งปี 2569 เป็นลดลงไม่เกิน 5% ถึงทรงตัวจากปีก่อน

ธุรกิจ Non-Oil: รายได้รวม 6,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% YoY โดยธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยมีรายได้ 1,752 ล้านบาท (+43.8% YoY) จากการขยายสาขา 50.2% YoY เป็น 2,467 สาขา ธุรกิจก๊าซ LPG มีรายได้เติบโต 9.6% YoY จากปริมาณการจำหน่ายภาคยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจโรงไฟฟ้าจากขยะเริ่มรับรู้รายได้แล้ว กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 29.7% YoY เป็น 1,972 ล้านบาท สัดส่วนกำไรขั้นต้น Non-Oil ต่อกำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นเป็น 42.9% EBITDA เพิ่มขึ้น 33.7% YoY เป็น 913 ล้านบาท ฝ่ายบริหารปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตยอดขาย Non-Oil ปี 2569 เป็น 20-30% YoY และคงเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้น Non-Oil ที่ 40-45%

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 57,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (+13.3%) และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (+22.0%) จากการรับรู้สิทธิในการดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะ หนี้สินรวมอยู่ที่ 47,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากสิ้นปี 2568 หลักๆ จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการจัดซื้อ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 6.0% เป็น 10,436 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิครึ่งปีแรกและการจ่ายเงินปันผล กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 4,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 412 ล้านบาท

สรุปท้าย

PTG พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ด้วยแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำไรขั้นต้นต่อลิตรในธุรกิจ Oil และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยและการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าขยะใหม่ แม้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะลดลง แต่การบริหารราคาและต้นทุนช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร กลยุทธ์ "One PTG" และการขยายธุรกิจ Non-Oil อย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น