เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RSP กำไรสุทธิ Q2/2566 ฟื้นตัว 6.7 ล้านบาท รับรายได้หลักโต 27.8%
ข่าวสาร

RSP กำไรสุทธิ Q2/2566 ฟื้นตัว 6.7 ล้านบาท รับรายได้หลักโต 27.8%

RSP P/E 50.75 YIELD 0.00
1 อาทิตย์ 03:21 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการขายเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกดดันกำไรสุทธิ

บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 210.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของภาคเอกชนและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 6.7 ล้านบาท

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักของผลประกอบการ RSP ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 27.8% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียนจำนวน 45.3 ล้านบาท ได้กดดันกำไรสุทธิให้เหลือเพียง 6.7 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการที่ภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มฟื้นตัว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าของบริษัทฯ

ในทางกลับกัน ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียน เกิดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ และยุโรป ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ส่งผลให้มูลค่าตราสารหนี้ลดลง

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว สำหรับผลขาดทุนจากตราสารหนี้หมุนเวียน เนื่องจากเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าตามภาวะตลาด ซึ่งอาจผันผวนได้ในแต่ละช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมีมาตรการในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขาย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวได้ ส่วนการฟื้นตัวของรายได้จากการขายนั้น มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง หากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวตามที่คาดการณ์

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการขายรวม 210.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
  • กำไรสุทธิ 6.7 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียน 45.3 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 54.8% ลดลงเล็กน้อยจาก 59.8%
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 38.0% เป็น 184.2 ล้านบาท จากการกลับสู่ภาวะปกติของการดำเนินงาน

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 210.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคเอกชนและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียนจำนวน 45.3 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 6.7 ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 733.5 ล้านบาท ลดลง 29.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายการขายในปี 2564 ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 420.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.8 ล้านบาท หรือ 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการการขายอย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาส

  • การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย
  • การกลับสู่ภาวะปกติของการดำเนินงานและการใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขาย

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป ที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุน
  • ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
  • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป
  • ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุน
  • ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
  • แผนการดำเนินงานและการปรับตัวของบริษัทฯ ต่อสภาวะเศรษฐกิจ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

รายได้จากการขาย: การเติบโต 27.8% ในไตรมาส 2 สะท้อนถึงการกลับมาของกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์

อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): การลดลงเล็กน้อยจาก 59.8% เป็น 54.8% อาจเกิดจากการปรับกลยุทธ์ด้านราคา หรือการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของสินค้าที่ขาย อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับที่สูง

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A): การเพิ่มขึ้น 38.0% เป็น 184.2 ล้านบาท สอดคล้องกับการกลับสู่ภาวะปกติของการดำเนินงาน การเพิ่มการใช้พื้นที่ร้านค้า และการกลับมาของค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นยอดขาย

ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน/มูลค่าเงินลงทุน: การบันทึกผลขาดทุนจำนวน 45.3 ล้านบาท เป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดตราสารหนี้และอัตราดอกเบี้ย

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,130.6 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นๆ

หนี้สินรวมอยู่ที่ 428.4 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นผลมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นๆ

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 1,702.2 ล้านบาท ลดลง 4.7% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผล

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 50.6 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการลงทุนเป็นลบ 173.2 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเป็นลบ 180.6 ล้านบาท

สรุปท้าย

RSP ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งจากการกลับมาของเศรษฐกิจ แต่ถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนจากตราสารหนี้ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้ว่าโอกาสในการเติบโตของรายได้จะยังคงมีอยู่จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในการดำเนินงานช่วงต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น