RSP กำไรสุทธิ Q2/2566 ฟื้นตัว 6.7 ล้านบาท รับรายได้หลักโต 27.8%
รายได้จากการขายเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกดดันกำไรสุทธิ
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 210.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของภาคเอกชนและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 6.7 ล้านบาท
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ RSP ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 27.8% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียนจำนวน 45.3 ล้านบาท ได้กดดันกำไรสุทธิให้เหลือเพียง 6.7 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการที่ภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มฟื้นตัว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าของบริษัทฯ
ในทางกลับกัน ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียน เกิดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ และยุโรป ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ส่งผลให้มูลค่าตราสารหนี้ลดลง
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว สำหรับผลขาดทุนจากตราสารหนี้หมุนเวียน เนื่องจากเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าตามภาวะตลาด ซึ่งอาจผันผวนได้ในแต่ละช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมีมาตรการในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขาย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวได้ ส่วนการฟื้นตัวของรายได้จากการขายนั้น มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง หากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวตามที่คาดการณ์
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการขายรวม 210.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
- กำไรสุทธิ 6.7 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียน 45.3 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 54.8% ลดลงเล็กน้อยจาก 59.8%
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 38.0% เป็น 184.2 ล้านบาท จากการกลับสู่ภาวะปกติของการดำเนินงาน
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 210.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคเอกชนและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้หมุนเวียนจำนวน 45.3 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 6.7 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 733.5 ล้านบาท ลดลง 29.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายการขายในปี 2564 ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 420.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.8 ล้านบาท หรือ 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
โอกาส
- การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย
- การกลับสู่ภาวะปกติของการดำเนินงานและการใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขาย
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป ที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุน
- ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
- การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป
- ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุน
- ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
- แผนการดำเนินงานและการปรับตัวของบริษัทฯ ต่อสภาวะเศรษฐกิจ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
รายได้จากการขาย: การเติบโต 27.8% ในไตรมาส 2 สะท้อนถึงการกลับมาของกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): การลดลงเล็กน้อยจาก 59.8% เป็น 54.8% อาจเกิดจากการปรับกลยุทธ์ด้านราคา หรือการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของสินค้าที่ขาย อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับที่สูง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A): การเพิ่มขึ้น 38.0% เป็น 184.2 ล้านบาท สอดคล้องกับการกลับสู่ภาวะปกติของการดำเนินงาน การเพิ่มการใช้พื้นที่ร้านค้า และการกลับมาของค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นยอดขาย
ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน/มูลค่าเงินลงทุน: การบันทึกผลขาดทุนจำนวน 45.3 ล้านบาท เป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดตราสารหนี้และอัตราดอกเบี้ย
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,130.6 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นๆ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 428.4 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นผลมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นๆ
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 1,702.2 ล้านบาท ลดลง 4.7% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 50.6 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการลงทุนเป็นลบ 173.2 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเป็นลบ 180.6 ล้านบาท
สรุปท้าย
RSP ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งจากการกลับมาของเศรษฐกิจ แต่ถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนจากตราสารหนี้ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้ว่าโอกาสในการเติบโตของรายได้จะยังคงมีอยู่จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในการดำเนินงานช่วงต่อไป