เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
M-STOR Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 160% รับผลบวกจากการปรับมูลค่าอสังหาฯ
ข่าวสาร

M-STOR Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 160% รับผลบวกจากการปรับมูลค่าอสังหาฯ

M-STOR P/E 0.00 YIELD 5.75
เมื่อวาน 07:32 น. 0 ความเห็น

ปัจจัยหลักหนุนกำไรโตแรง มาจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี-สแตรทิจิกสโตเรจฟันด์ (M-STOR) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานถึง 160.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับมูลค่าราคายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ที่ทำให้กองทุนรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจำนวน 4.90 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนขาดทุน 1.79 ล้านบาท นอกจากนี้ รายได้จากการดำเนินงานยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.18%

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ M-STOR ในไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ การปรับมูลค่าราคายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลให้กองทุนรับรู้กำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้น (Unrealized Gain) เป็นจำนวน 4.90 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.79 ล้านบาท ทำให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 160.32% หรือ 12.16 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การปรับมูลค่าราคายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เป็นการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่กองทุนถือครองอยู่ ณ สิ้นงวด โดยอิงตามราคาตลาดหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการขายในอนาคต ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2566 การประเมินมูลค่าดังกล่าวส่งผลบวกต่อมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน ทำให้เกิดกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น ในขณะที่ปีก่อนการประเมินมูลค่าส่งผลให้เกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากการดำเนินงานของกองทุนยังมีการเติบโตเล็กน้อยที่ 9.18% หรือ 8.31 ล้านบาท จาก 7.61 ล้านบาทในปีที่แล้ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 9.13% หรือ 1.04 ล้านบาท จาก 1.15 ล้านบาทในปีที่แล้ว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว การรับรู้กำไรจากการปรับมูลค่าราคายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ ณ สิ้นงวด ซึ่งมูลค่าดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ในแต่ละไตรมาส ขึ้นอยู่กับปัจจัยตลาดและสภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น การเติบโตของกำไรในลักษณะนี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราว และไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนผลประกอบการในระยะยาว

Highlight สำคัญ

  • สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน Q2/2566 เพิ่มขึ้น 160.32% YoY: จาก 4.67 ล้านบาท เป็น 12.16 ล้านบาท
  • กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่าอสังหาฯ: กองทุนรับรู้กำไร 4.90 ล้านบาท ใน Q2/2566 เทียบกับขาดทุน 1.79 ล้านบาท ใน Q2/2565
  • รายได้จากการดำเนินงาน Q2/2566 เพิ่มขึ้น 9.18% YoY: จาก 7.61 ล้านบาท เป็น 8.31 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน Q2/2566 ลดลง 9.13% YoY: จาก 1.15 ล้านบาท เป็น 1.04 ล้านบาท
  • ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566: สินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 49.46% YoY เป็น 17.00 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2566 กองทุนมีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.16 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 160.32% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (4.67 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับมูลค่าราคายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ที่ทำให้รับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น 4.90 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนรับรู้ขาดทุน 1.79 ล้านบาท นอกจากนี้ รายได้จากการดำเนินงานในไตรมาสนี้อยู่ที่ 8.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.18% จาก 7.61 ล้านบาท ในปีก่อน และค่าใช้จ่ายลดลง 9.13% จาก 1.15 ล้านบาท เป็น 1.04 ล้านบาท

สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2566 กองทุนมีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 17.00 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 49.46% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (11.37 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับมูลค่าราคายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกับไตรมาส 2 รายได้รวม 6 เดือนอยู่ที่ 16.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.03% จาก 15.24 ล้านบาท ในปีก่อน และค่าใช้จ่ายลดลง 5.09% จาก 2.07 ล้านบาท เป็น 1.97 ล้านบาท

โอกาส

  • การปรับมูลค่าสินทรัพย์ในอนาคต: หากสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์เอื้ออำนวย การปรับมูลค่าสินทรัพย์ในอนาคตอาจยังคงส่งผลดีต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน
  • การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาอัตรากำไรของกองทุน

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์: มูลค่าราคายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์อาจผันผวนตามสภาวะตลาด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตได้
  • สภาวะเศรษฐกิจ: สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการเช่าหรือการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้ในระยะยาว

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • การประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป: จับตาดูว่าการปรับมูลค่าสินทรัพย์จะยังคงเป็นบวกหรือจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
  • แนวโน้มรายได้ค่าเช่า/การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์: ติดตามรายได้จากการดำเนินงานที่แท้จริงจากการให้เช่าหรือการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์
  • การบริหารจัดการต้นทุน: การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

ในฐานะกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ M-STOR มีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการถือครองและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ผลประกอบการจึงได้รับอิทธิพลโดยตรงจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ (Fair Value Adjustment) และรายได้ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นๆ ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการปรับมูลค่าสินทรัพย์ที่ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานมีการเติบโตเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ยังคงสร้างรายได้ได้ตามปกติ แม้ว่าการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานอาจไม่หวือหวาเท่าผลจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ลดลงก็เป็นสัญญาณที่ดีต่อการรักษาผลกำไร

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของกองทุนโดยตรง แต่ระบุถึง "สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน" ซึ่งเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของกองทุนในแต่ละงวด

สรุปท้าย

M-STOR ในไตรมาส 2 ปี 2566 มีผลประกอบการที่โดดเด่นจากการรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่าราคายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวกว่า แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ลดลงก็ช่วยสนับสนุนผลกำไรโดยรวม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักว่าการเติบโตในลักษณะนี้มีลักษณะครั้งคราว และควรจับตาการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในไตรมาสถัดไป รวมถึงแนวโน้มรายได้จากการดำเนินงานที่แท้จริง เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะยาว

ยังไม่มีความคิดเห็น