ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวนรับแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์ จับตาหุ้นไทยรับอานิสงส์เม็ดเงินกู้ภาครัฐ
ไฮไลท์สำคัญ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการล่าสุดด้วยทิศทางที่ผสมผสาน โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวลดลง 1.09% ขณะที่ Nasdaq ยังคงประคองตัวบวกได้ 0.27% ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและอาจแตะระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่นักลงทุนทั่วโลกต้องเฝ้าระวัง
ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ เผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก นักลงทุนไทยกลับได้รับข่าวบวกจากความชัดเจนภายในประเทศ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติไฟเขียว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี
เนื้อหาตลาด
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สำหรับนักลงทุนไทยสถานการณ์นี้เป็นดาบสองคม ในด้านหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานนำเข้าของประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ เช่น PTT และ PTTGC ที่อาจได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานที่ขยับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ การที่ Sempra LNG เริ่มส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวจากเม็กซิโก ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับราคาพลังงานในระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด
ในส่วนของตลาดหุ้นไทย การอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มก่อสร้างอย่าง UNIQ รวมถึงหุ้นในกลุ่มธนาคาร นิคมอุตสาหกรรม และ ICT ที่จะได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะคึกคักขึ้นตามมา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของจีนที่ชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยที่พึ่งพาตลาดจีนเป็นหลัก
สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสในตลาดต่างประเทศ กระแสการระดมทุนของ Amazon เพื่อขยายธุรกิจ Hyperscalers ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนไทยที่สนใจหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ สามารถใช้ช่องทางผ่าน DR ในตลาดหุ้นไทยเพื่อเข้าถึงการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเหล่านี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นในประเทศ
ข้อสังเกต & สิ่งที่ควรจับตา
สิ่งที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้และมีผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและอัตราเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจกดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดความผันผวนได้อีกระลอก
นอกจากนี้ ควรติดตามความคืบหน้าของการเบิกจ่ายงบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าจะสามารถเริ่มโครงการได้จริงตามแผนหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ รวมถึงต้องจับตาดูว่าอุปสงค์ภายในประเทศของจีนจะฟื้นตัวได้หรือไม่ เพื่อประเมินผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยในระยะถัดไป
สรุป
ภาพรวมตลาดการเงินยังคงมีความเปราะบางจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสใหม่ๆ จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ
นักลงทุนควรจัดพอร์ตให้มีความสมดุล โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับจากโครงการภาครัฐในไทย และพิจารณาเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มเทคโนโลยีผ่าน DR เพื่อกระจายความเสี่ยง พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อเหตุการณ์
AiOMax — ติดตามข่าวตลาดและเครื่องมือลงทุน
เว็บไซต์: https://aiomax.panphol.com
Add Line @aiomax: @aiomax