บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
MTI กำไรพุ่ง 43% ในไตรมาส 1/69 ทะลุ 274 ล้านบาท!
P/E 9.49 YIELD 5.26 ราคา 15.40 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
MTI หรือ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โชว์ผลงานไตรมาส 1 ปี 2569 สุดปัง! กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 274.62 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 43.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยหนุนหลักมาจากการขยายตัวของธุรกิจประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทั่วไป ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ
กำไรโตกระโดด
กำไรสุทธิของ MTI เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึง 82.70 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43.09% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 และเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568 (ตุลาคม-ธันวาคม) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 207.35 ล้านบาท หรือ 308.27% เลยทีเดียว! การเติบโตนี้เป็นผลมาจากรายได้จากการประกันภัยโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 3.41% จากการขยายตัวของงานรับประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทั่วไป นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยยังลดลงถึง 44.26% เนื่องจากการลดลงของค่าสินไหมทดแทนเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2568 มีการตั้งประมาณการสำรองค่าใช้จ่ายสินไหมที่เกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว
รายได้และค่าใช้จ่าย
รายได้จากการประกันภัยของ MTI อยู่ที่ 4,905.97 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปี 2568 แต่เติบโตขึ้น 3.41% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยอยู่ที่ 4,192.94 ล้านบาท ประกอบด้วยการตัดจำหน่ายกระแสเงินสดที่ทำให้ได้มาซึ่งการประกันภัย 1,390.56 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 10.60%) และค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่เกิดขึ้นแล้ว 2,845.96 ล้านบาท (ลดลง 55.06%) นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2569 MTI มีผลเป็นค่าใช้จ่ายสุทธิจากสัญญาประกันภัยต่อจำนวน (365.35) ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการประกันภัยต่อ (1,442.41) ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.32%) และค่าสินไหมทดแทนรับคืนจากการประกันภัยต่อที่เกิดขึ้นแล้ว 2,466.92 ล้านบาท (ลดลง 52.12%)
สรุปส่งท้าย
โดยสรุปแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ MTI มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาสนี้คือ การเติบโตของรายได้จากการประกันภัย การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัย และการบริหารจัดการสัญญาประกันภัยต่อที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และการจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของบริษัท