สรุปผลการดำเนินงาน GRAMMY ไตรมาส 1/2569
ไฮไลท์สำคัญ: กำไรโตสวนกระแสรายได้
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวดและการขยายธุรกิจดนตรีและคอนเทนต์ แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงประมาณ 2% จากการเฟซซิ่งภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ในปีก่อน แต่บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 125 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 6.5% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากธุรกิจ Artist Management และการจัดคอนเสิร์ตที่เติบโตอย่างโดดเด่น
"การปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ GP Model และการคุมเข้มค่าใช้จ่าย SNA คือหัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมั่นคง แม้ในภาวะที่รายได้จากภาพยนตร์ชะลอตัวลงตามรอบการฉาย"
เจาะลึกตัวเลขผลการดำเนินงาน
ในไตรมาสนี้ GRAMMY ประสบความสำเร็จในการลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SNA) ลงถึง 8% คิดเป็น 11% ของรายได้รวม โดยธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ ได้แก่ Artist Management เติบโตสูงถึง 32% จากงานพรีเซนเตอร์และโฆษณา และธุรกิจคอนเสิร์ต (Live Events) เติบโต 12.5% จากจำนวนคอนเสิร์ตที่เพิ่มขึ้นจาก 6 เป็น 8 เท่า รวมถึงกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากแฟนคลับ ในขณะที่ธุรกิจ Digital Music เติบโต 5% (หากคิดในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะเติบโตสูงถึง 20% แต่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น) สำหรับธุรกิจ Home Shopping รายได้ลดลง 10% จากการปรับกลยุทธ์ปิดช่องทาง Digital และหันไปเน้น Traditional Trade ที่ให้กำไรสูงกว่า ส่วนธุรกิจ Set Top Box (GMM Z) เติบโต 11% โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับสอง
ข้อสังเกตและปัจจัยแวดล้อม
บริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยลดการพึ่งพาภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่เพียงอย่างเดียว และหันมาเน้นการบริหารจัดการแบบ GP Model เพื่อลดความเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการ Cash Rebate ของภาครัฐที่ให้สิทธิประโยชน์ 15–30% สำหรับภาพยนตร์และ MV ที่มีมูลค่าเกิน 45 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนและภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงการแข่งขันที่เข้มข้นจากพันธมิตรระดับโลกอย่าง Tencent Music, Warner Music และ YG Entertainment ที่เข้ามาเสริมทัพการผลิตคอนเทนต์ระดับสากล
สรุปทิศทางและอนาคต
สำหรับไตรมาส 2/2569 บริษัทเตรียมรุกหนักด้วยการฉายภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่เรื่อง "Go Hang" ซึ่งคาดการณ์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วประเทศไว้ที่ 130 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจดนตรีผ่าน Global Partners เพื่อผลักดัน Soft Power ไทยสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- Q: รายได้ภาพยนตร์ไตรมาส 1 ลดลงเพราะอะไร? A: เกิดจากการเฟซซิ่งภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ในปีก่อน (เรื่อง The Red Emerald) ส่วนปีนี้ยังไม่มีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่เข้าฉายจนถึงไตรมาส 2
- Q: การปิดช่องทาง Digital Selling กระทบฐานลูกค้าหรือไม่? A: ไม่กระทบ เพราะบริษัทเน้นย้ายไปขายผ่านช่องทาง Traditional Trade ที่มีประสิทธิภาพและกำไรสูงกว่า
- Q: ทำไมธุรกิจคอนเสิร์ตถึงเติบโตได้เร็วมาก? A: เนื่องจากฐานแฟนคลับขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีการตอบรับล้นหลามในคอนเสิร์ตใหญ่ เช่น Rock Mountain และ Tree Man Down
- Q: การลงทุนใน One Enterprise มีผลอย่างไร? A: มีผลบวกโดยตรง เนื่องจาก One Enterprise มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดย GRAMMY ถือหุ้นโดยตรง 35% และอ้อมอีก 2.5%