https://aio.panphol.com/assets/images/community/17518_CBACE0.png

KTB กำไร Q1/69 พุ่งเกินคาด! INVX ชี้ปันผลเด่น 8.15%

P/E 9.49 YIELD 8.15 ราคา 32.75 (0.00%)

INVX ยังคงแนะนำ "Outperform" สำหรับ KTB ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 38 บาท อิงจากวิธี 2-stage DDM โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ และความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ จาก LLR coverage ที่สูง

ไฮไลท์สำคัญ

KTB โชว์กำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 1.24 หมื่นล้านบาท (+15% QoQ, +6% YoY) สูงกว่าที่ INVX และ consensus คาดการณ์ไว้ถึง 16% และ 12% ตามลำดับ ปัจจัยหนุนหลักมาจาก non-NII ที่สูงกว่าคาด โดยเฉพาะกำไรจาก FVTPL และเงินลงทุน รวมถึงรายได้เงินปันผล

ผลประกอบการที่น่าจับตา

  • คุณภาพสินทรัพย์: NPL ทรงตัว QoQ ขณะที่ credit cost เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 7 bps QoQ (-9 bps YoY) มาอยู่ที่ 1.14% LLR coverage ค่อนข้างทรงตัวที่ 201%
  • การเติบโตของสินเชื่อ: +2.4% QoQ, +4.2% YoY โดยได้แรงหนุนจากสินเชื่อภาครัฐ (+10.3% QoQ, +16.2% YoY)
  • NIM: -21 bps QoQ (-59 bps YoY) แย่กว่าคาด จากอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ลดลง
  • Non-NII: +27% QoQ, +30% YoY หนุนโดยกำไร FVTPL ที่สูงขึ้น (+82% QoQ, +90% YoY) และรายได้เงินปันผล (+4720% QoQ, +248% YoY)
  • อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: -382 ppt QoQ (+76 bps YoY) มาอยู่ที่ 38.01% จากการควบคุมต้นทุน

ข้อสังเกตและแนวโน้ม

INVX คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะลดลง 10% บนสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อที่ 2%, NIM ที่ลดลง 38 bps, credit cost ที่ทรงตัว, non-NII ที่เพิ่มขึ้น 5% และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เข้มงวดขึ้น สำหรับ 2Q69 คาดว่ากำไรสุทธิจะลดลง QoQ (NIM แคบลง, non-NII ลดลง) และลดลง YoY (NII ลดลง)

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจ ด้วยฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่า KTB จะคง DPS ปี 2569 ไว้ในระดับเดียวกับปี 2568 ที่ 2.67 บาท ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงที่ 8.15%

สรุปการลงทุน

INVX ยังคงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับ KTB โดยมีราคาเป้าหมายที่ 38 บาท อิงวิธี 2-stage DDM โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ และความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ จาก LLR coverage ที่สูง

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและสงครามการค้า, ความเสี่ยงด้าน NIM จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย, การขยายสินเชื่อได้ช้าลง และความเสี่ยงด้าน ESG

โพสต์ล่าสุด