https://aio.panphol.com/assets/images/community/16896_BB0574.png

STC ปี 2568 รายได้หด 542.63 ล้าน กำไรเหลือแค่ 5.02 ล้าน แต่ยังมีแผนพลิกฟื้นด้วย SMP และเป้าหมาย Backlog 600 ล้านในปี 2573

P/E 46.38 YIELD 2.44 ราคา 0.41 (0.00%)

STC ปี 2568 รายได้หด 542.63 ล้าน กำไรเหลือแค่ 5.02 ล้าน แต่ยังมีแผนพลิกฟื้นด้วย SMP และเป้าหมาย Backlog 600 ล้านในปี 2573

บริษัท ซีทีซี คอนกรีต โปรดักส์ จำกัด (STC) รายงานผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2568 ด้วยรายได้รวมลดลงอย่างชัดเจนเป็น 542.63 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 560.78 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการหดตัว 18% พร้อมกำไรสุทธิที่ร่วงลงมาอยู่เพียง 5.02 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 10.60 ล้านบาท หรือลดลงถึง 65% แม้จะยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ไว้ได้ที่ 25.89% แต่ก็อยู่ในแนวโน้มลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"แม้รายได้จะหด แต่เรายังรักษา Gross Margin ไว้ได้ที่ 25.89% — แสดงถึงประสิทธิภาพการผลิตที่แข็งแกร่ง แม้ในภาวะต้นทุนพุ่งสูง"

ทั้งนี้ ตัวเลข Backlog ยังคงอยู่ในระดับมั่นคงที่ 410 ล้านบาท แต่ความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่องเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 122 วัน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมทั่วไป และสะท้อนถึงความล่าช้าในการชำระเงินจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทในอดีต ขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.75 และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 0.86% ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อเงินทุนจดทะเบียน (ROD) อยู่ที่ 1.32% สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกำไรจากสินทรัพย์และทุนที่ยังจำกัด

"การเพิ่มโฟกัสไปที่ตลาดเอกชน และขยายกำลังผลิตในกลุ่มคอนกรีตผสมเสร็จ (SMP) คือจุดเปลี่ยนที่จะช่วยให้เราหลุดพ้นจากภาวะแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง"

กลยุทธ์ที่บริษัทเน้นในปี 2568 คือการขยายกำลังผลิตและอัปเกรดเครื่องจักรเพื่อรองรับความต้องการในตลาด SMP โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการขยายตัวของโครงการก่อสร้างเอกชนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทได้เจรจาใหม่กับผู้ให้บริการขนส่งเพื่อลดต้นทุน และปรับกลยุทธ์การต่อรองราคาเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากคู่แข่งที่ต่อสู้ด้านราคาอย่างรุนแรง

"60% ของรายได้ในปี 2568 มาจากตลาดเอกชน — นั่นคือหัวใจของความยืดหยุ่นและโอกาสในการเติบโตในอนาคต"

ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายระยะสั้นในปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรวม 5% จากปีก่อน หรืออยู่ที่ประมาณ 572 ล้านบาท และรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ไม่ต่ำกว่า 25% สำหรับเป้าหมายระยะยาวในปี 2572–2573 บริษัทวางแผนจะขยาย Backlog เป็น 600 ล้านบาท เพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม SMP ให้ถึง 40% ของรายได้รวม และลดระยะเวลาเก็บหนี้ลงเหลือเพียง 100 วันเท่านั้น

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2569 หรือไม่?
    A: แม้ข้อมูลจะไม่ระบุชัดเจนถึงสินค้าใหม่ในปี 2569 แต่บริษัทมีแผนขยายกำลังผลิตเพื่อรับมือความต้องการในกลุ่ม SMP โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมวางเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาด SMP เป็น 40% ของรายได้รวมภายในปี 2573
  • Q: ทำไม Backlog ยังคงอยู่ที่ 410 ล้านบาท แต่เป้าหมายในอนาคตคือ 600 ล้าน?
    A: แม้ Backlog ปัจจุบันจะอยู่ที่ 410 ล้านบาท แต่บริษัทมีแผนขยายการขายและเพิ่มสัญญาใหม่ โดยเฉพาะในตลาดเอกชนที่มีแนวโน้มเติบโต และตั้งเป้าเพิ่ม Backlog เป็น 600 ล้านบาทภายในปี 2573
  • Q: ความเสี่ยงหลักคืออะไร?
    A: ความเสี่ยงหลัก ได้แก่ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนการขนส่งที่ยังคงสูง การล่าช้าในการชำระเงินจากภาครัฐ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นได้หากบริหารจัดการไม่ดี
  • Q: ทำไม ROA ถึงต่ำเพียง 0.86%?
    A: อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ที่ต่ำสะท้อนถึงการใช้สินทรัพย์ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรืออาจเกิดจากสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ โดยเฉพาะจากการลงทุนขยายกำลังผลิตในปี 2568

โพสต์ล่าสุด
บทความ
วันนี้ 02:01 น.
PTG OPPDAY Summary 2568 Q4