บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
PSH ปี 2568 ฟื้นตัวด้วยกำไรสุทธิแตะ 2,477 ล้านบาท รายได้คงที่แต่โครงสร้างเปลี่ยน—เป้าโต 30% ในปีหน้า
P/E -100.00 YIELD 3.07 ราคา 3.58 (0.00%)
PSH ปี 2568 ฟื้นตัวด้วยกำไรสุทธิแตะ 2,477 ล้านบาท รายได้คงที่แต่โครงสร้างเปลี่ยน—เป้าโต 30% ในปีหน้า
บริษัทพฤกษาโฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) หรือ PSH โชว์ฟอร์มเด่นในไตรมาสสี่ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยไม่เพียงรักษา “รายได้รวม” ไว้ที่ระดับ 14,908 ล้านบาทเท่ากับปีก่อนหน้า แต่กลับปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโออย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้ “กำไรจากการดำเนินงาน” พุ่งขึ้นจาก 3,700 ล้านบาท เป็น 4,989 ล้านบาท และ “กำไรสุทธิ” ขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2,477 ล้านบาท พร้อมกับลดอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) จาก 0.38 เหลือเพียง 0.31 สะท้อนการบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวังและมีประสิทธิภาพ
“เราไม่ได้แข่งขันด้วยราคา แต่แข่งขันด้วยคุณภาพของที่ดิน ตำแหน่ง และไลฟ์สไตล์—นั่นคือหัวใจของกลยุทธ์ใหม่”
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การเคลียร์สินค้าคงเหลือในกลุ่มโครงการระดับกลางถึงต่ำ ซึ่งลดลงจาก 35% ในปีก่อน เป็นเพียง 30% ในปีนี้ และมีแผนจะปรับลดต่อไปอีกเหลือเพียง 15% ภายในปีหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทเร่งพัฒนาโครงการใหม่ระดับ Segment บน เช่น The Farm, The Reserve Villa และ The Connect ที่มี ASP (ราคาขายเฉลี่ย) อยู่ในช่วง 3.8 ถึง 6.5 ล้านบาท สะท้อนการปรับตัวสู่ตลาดคุณภาพ
“รายได้จากธุรกิจใหม่เริ่มเข้าระบบแล้ว—The Farm และ The Reserve Villa จะโอนรายได้รวม 12,500 ล้านบาทในปีนี้”
แม้ยอดขายรวมของอสังหาริมทรัพย์จะลดลง 17% จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและคู่แข่งด้านราคาที่รุนแรง แต่ PSH กลับสร้าง “Backlog” ไว้ที่ระดับ 2,500 ล้านบาท และมี “Presale Revenue” อยู่ที่ 12,500 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในโครงการใหม่ โดยเฉพาะหลังจากเริ่มรับรายได้จากธุรกิจ Warehouse ร่วมกับ Capital Land ในไตรมาสสามของปีนี้ พร้อมสร้าง “Recurring Income” อย่างต่อเนื่อง
“เราไม่ได้ขายบ้านเพียงอย่างเดียว—เรายังขายไลฟ์สไตล์ ดูแลสุขภาพ และเชื่อมโยงชุมชนผ่าน WeMove และ Family Doctor”
ในแง่ธุรกิจใหม่ โรงพยาบาลวิมุติฯ เริ่มกลายเป็น “New Profit Engine” โดยมีรายได้รวม 2,600 ล้านบาทในปีนี้ และเติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ธุรกิจ General Engineering ภายใต้ Joint Venture รายงานขาดทุนทางบัญชี 787 ล้านบาทในไตรมาสสี่ แต่บริษัทชี้แจงว่าเป็นเพียงรายการปรับโครงสร้าง และไม่กระทบต่อผลประกอบการดำเนินงานจริง โดยมีแผนขยายรายได้จากภายนอกสูงถึง 40% ผ่านการรับงานนอกโครงการ
“ต้นทุนทางการเงินลดลง 300 ล้านบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ยลดลง 1.6%—เรามีวงเงินสำรองอีก 16,500 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลงทุนอย่างมั่นคง”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- รายได้จะกลับไปยืนที่ 20,000 ล้านบาทในปี 2568 หรือไม่? — ไม่ใช่เป้าหมายในปีนี้ แต่มีแผนให้รายได้เติบโต 16% YoY สู่ระดับประมาณ 18,000 ล้านบาท
- ยอดขายไตรมาสแรกเป็นอย่างไร? — ยอดขายช่วงสองเดือนแรกอยู่ที่ 12,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากโครงการใหม่และโปรแกรมพฤกษาพาสต์
- ต้นทุนทางการเงินลดลงแล้ว กระทบแผนลงทุนไหม? — ไม่กระทบ โดยต้นทุนลดลง 300 ล้านบาท และมีวงเงินสำรอง 16,500 ล้านบาท
- รายได้จาก Warehouse กับ Capital Land เริ่มเมื่อไหร่? — เริ่มเข้าระบบใน ไตรมาสสาม ของปีนี้ และเป็นรายได้คงที่
- กลยุทธ์ทำกำไรปีหน้าคืออะไร? — เน้นการพัฒนาที่ดินจาก Land Bank และเร่งเติบโตจากธุรกิจ Recurring Income เช่น Healthcare, WeMove และ Warehouse
- สินค้าคงเหลือลดลงหรือไม่? — ลดลงจาก 66,400 ล้านบาท เป็น 59,000 ล้านบาท สะท้อนการบริหารสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ
- อัตรากำไรขั้นต้นของ Core Real Estate คือเท่าใด? — ยังคงอยู่ที่ 33%
- กำไรสุทธิปีนี้คือเท่าใด? — อยู่ที่ 2,477 ล้านบาท
- รายได้รวมปีนี้เท่ากับเท่าใด? — ยังคงอยู่ที่ 14,908 ล้านบาท
- Land Bank Redevelopment Value คือเท่าใด? — มีมูลค่าพัฒนาใหม่ 1,200 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้ สะท้อนภาพของบริษัทที่ไม่ได้เพียง “รอด” จากภาวะตลาดชะลอตัว แต่กลับใช้ช่วงเวลานี้ปรับโครงสร้างอย่างมีเป้าหมาย พร้อมวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยธุรกิจที่สร้างรายได้คงที่ และไม่พึ่งพาการขายเพียงอย่างเดียว