https://aio.panphol.com/assets/images/community/15377_1B2803.png

AIMIRT ปี 2568 โชว์ฟอร์มแรง! รายได้ทะลุ 1,197 ล้าน กำไรสุทธิแตะ 684 ล้าน รักษาระดับการเช่า 99% แม้โลกลุกเป็นไฟ

P/E 0.00 YIELD 7.48 ราคา 11.10 (0.00%)

AIMIRT ปี 2568 โชว์ฟอร์มแรง! รายได้ทะลุ 1,197 ล้าน กำไรสุทธิแตะ 684 ล้าน รักษาระดับการเช่า 99% แม้โลกลุกเป็นไฟ

AIMIRT ปีงบประมาณ 2568 ปิดฉากอย่างน่าประทับใจ ด้วยรายได้รวมสูงถึง 1,197 ล้านบาท และกำไรสุทธิแตะ 684 ล้านบาท จากรายได้จากการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมรักษาระดับอัตราการเช่า (Occupancy Rate) ไว้ที่ 99% ตลอดทั้งปี สะท้อนความต้องการใช้งานทรัพย์สินอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องจากผู้เช่ารายใหญ่และหลากหลายประเภท ทั้งในกลุ่มโลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์

"การรักษาอัตราการเช่าไว้ที่ 99% แม้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ที่เศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว ถือเป็นเครื่องหมายของความมั่นคงทางธุรกิจที่แท้จริง"

จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการขยายพอร์ตโฟลิโออย่างมีกลยุทธ์ โดยลงทุนในทรัพย์สินอุตสาหกรรมสามโครงการหลักจากพันธมิตรทั้งเก่าและใหม่ ได้แก่ SCG JWD, กลุ่มปิ่นทอง และกองทุนข้ามชาติ โดยเฉพาะโครงการ อัลฟาบางนา และ ปิ่นทองสาม ที่ลงทุนเสร็จเรียบร้อยในปี 2568 และมีสัญญาเช่ายาวถึง 15–17 ปี พร้อมรับผลตอบแทน (Yield) สูงถึง มากกว่า 9% และ มากกว่า 7% ตามลำดับ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า AIMIRT เลือกผู้เช่าและทรัพย์สินอย่างมีคุณภาพ

"โครงการใหม่ที่มีอายุสัญญาเช่ายาว 15–17 ปี ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือการสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาวอย่างแท้จริง"

ด้านผลประกอบการเฉพาะด้าน บริษัทรายงานกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) สูงถึง 640 ล้านบาท และจ่ายปันผลต่อหน่วย (DPU) อยู่ที่ 83 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งยังคงรักษาระดับเดิมไว้ได้อย่างมั่นคง โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย (NAV) แตะ 1,540 บาทต่อหน่วย แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต

"แม้โลกจะลุกเป็นไฟจากสงครามโลกในไตรมาสสุดท้าย แต่ผู้เช่ารายใหญ่ยังคงไม่มีความเสียหายโดยตรง — นั่นคือพลังของพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและมีโครงสร้างการเงินที่ยืดหยุ่น"

ในแง่การบริหารจัดการ AIMIRT ปรับโครงสร้างทางการเงินให้มีสัดส่วนเงินกู้ดอกเบี้ยลอยตัวเพิ่มขึ้นจาก 66% ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างชัดเจน พร้อมมีแผนรีไฟแนนซ์ทรัพย์สินฟรีโฮลด์ที่ครบกำหนดชำระในปี 2569 และ 2570 โดยใช้เงินกู้ระยะยาวใหม่ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยในอนาคต

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • โครงการอัลฟาบางนา ปิ่นทองสาม และพีซีเอสเอ็กซ์เทรนชั่นลงทุนเสร็จแล้วหรือยัง? — ใช่ ทั้งสามโครงการเสร็จสิ้นการลงทุนในปี 2568 โดยเฉพาะอัลฟาบางนาเป็นห้องเย็นขนาดใหญ่ภายใต้กลุ่ม SCG JWD
  • ผลตอบแทน (Yield) ของทรัพย์สินใหม่อยู่ที่เท่าไหร่? — อัลฟาบางนา: >9%, ปิ่นทองสาม: >7%, พีซีเอสเอ็กซ์เทรนชั่น: ยังไม่มีข้อมูล
  • มีแผนปรับขึ้นค่าเช่าในปี 2569 หรือไม่? — ยืนยันว่าจะปรับขึ้นตามสัญญาเช่าตลอดอายุสัญญา โดยเฉพาะอัลฟาบางนาและปิ่นทองสาม
  • มีแผนจ่ายปันผล 83 สตางค์ต่อหน่วยในปี 2569 หรือไม่? — มีความเป็นไปได้สูงในการรักษาระดับเดิม โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม
  • มีแผนปรับโครงสร้างทางการเงินไหม? — วางแผนรีไฟแนนซ์ทรัพย์สินฟรีโฮลด์ที่ครบกำหนดชำระในปี 2569 และ 2570 เพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ย
  • สถานการณ์สงครามกระทบผู้เช่าหรือไม่? — ยังไม่มีข้อมูลความเสียหายโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มเก็บสารเคมีเหลวที่ไม่ใช่น้ำมัน
  • มีแผนพัฒนาห้องเย็นเพิ่มเติมไหม? — มีการพัฒนาตามความต้องการของผู้เช่าเดิมและใหม่ โดยเน้นคุณภาพและความปลอดภัย

เป้าหมายในระยะข้างหน้า

AIMIRT ตั้งเป้ารักษาระดับ Occupancy Rate ไม่น้อยกว่า 99% ตลอดปี 2569–2570 และเพิ่ม DPU เข้าใกล้ระดับ 85–87 สตางค์ต่อหน่วย จากการลงทุนเพิ่มเติมในปี 2569 โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการขยายมูลค่าพอร์ตโฟลิโอให้แตะ 15,000 ล้านบาท ภายใน 3–5 ปีข้างหน้า พร้อมกระจายความเสี่ยงด้วยการพัฒนาทรัพย์สินประเภทฟรีโฮลด์ คลังสินค้า และห้องเย็นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ต้องจับตาสถานการณ์ภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ ภาษี และค่าขนส่ง รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของผู้เช่ารายใหญ่ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และอิเล็กทรอนิกส์

โพสต์ล่าสุด