บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
MAJOR: กรุงศรีฯ หั่นเป้าเหลือ 9.10 บาท คาด Q4/25 กำไรฟื้นเด่น
P/E 7.93 YIELD 3.16 ราคา 6.65 (0.00%)
Krungsri Securities (KSS) ปรับลดราคาเป้าหมาย MAJOR เป็น 9.10 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ "Buy" คาดกำไร Q4/25 ฟื้นตัวโดดเด่นจากภาพยนตร์ทำเงิน
แนวโน้มกำไร Q4/25 ฟื้นตัว
KSS คาดการณ์ว่า MAJOR จะรายงานกำไรปกติใน Q4/25 ที่ 248 ล้านบาท (+39% YoY, +75% QoQ) สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ปัจจัยหลักมาจากภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงในช่วงปลายไตรมาส เช่น "Avatar", "Zootopia" และ "ข้างบ้าน" ซึ่งชดเชยรายได้จากภาพยนตร์ "ธี่หยด3" ได้ นอกจากนี้ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงภาพยนตร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 20% จาก 13% ในปีก่อนหน้า และ SG&A จะลดลง 10% YoY จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากค่าโฆษณามีแนวโน้มหดตัวลง 20% YoY จากการชะลอตัวของการซื้อสื่อโฆษณา ทั้งนี้ KSS คาดว่าจะมีกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้กำไรสุทธิ Q4/25 อยู่ที่ 338 ล้านบาท (+5% YoY, +168% QoQ) และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2525 ขึ้น 16% เป็น 576 ล้านบาท (+10% YoY)
ปรับลดมุมมองการเติบโตระยะยาว
KSS มีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ เนื่องจาก:
- พฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป ทำให้ MAJOR ลดจำนวนโรงภาพยนตร์ลง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ
- ผู้ผลิตภาพยนตร์ Hollywood อยู่ระหว่างการปรับตัว ทำให้ปริมาณภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่มีแนวโน้มลดลง
- ภาวะเศรษฐกิจปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลง
KSS ปรับลดประมาณการรายได้จากตั๋วภาพยนตร์ปี 2569-2570 ลง 1-3%, รายได้ Concession ลง 5-7% และรายได้ค่าโฆษณาลง 11-13% ส่งผลให้คาดการณ์ว่ากำไรปกติปี 2569 จะลดลง 10% YoY และทรงตัวในปี 2570
เหตุผลที่ยังคงคำแนะนำ "Buy"
แม้จะปรับลดราคาเป้าหมายลง แต่ KSS ยังคงคำแนะนำ "Buy" เนื่องจาก:
- Valuation น่าสนใจ: ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PE'26F เพียง 9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและค่าเฉลี่ยของโรงภาพยนตร์ทั่วโลก
- มี Catalyst จากภาพยนตร์ "สัปเหร่อ2" ที่จะเข้าฉายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
- MAJOR เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งจะช่วยหนุนมูลค่ากิจการต่อหุ้น
สรุป
KSS ปรับลดราคาเป้าหมาย MAJOR ลงสะท้อนมุมมองการเติบโตที่ลดลง แต่ยังคงคำแนะนำ "Buy" โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันน่าสนใจ และมีปัจจัยบวกจากภาพยนตร์ใหม่และโครงการซื้อหุ้นคืน ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 9.10 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF (WACC 8.4%)