https://aio.panphol.com/assets/images/community/14303_047433.png

HMPRO กำไร Q3/25 ต่ำกว่าคาด แต่หยวนต้ายังคงแนะนำ "ซื้อ" มองเป็นโอกาสลงทุนระยะยาว

P/E 13.21 YIELD 6.98 ราคา 6.25 (0.00%)

text-primary ไฮไลท์สำคัญ

HMPRO รายงานกำไรปกติ 3Q25 ที่ 1.3 พันล้านบาท ลดลง 7% QoQ และ 10% YoY แต่ใกล้เคียงกับที่หยวนต้าและตลาดคาดการณ์ไว้ แม้ผลประกอบการจะลดลง YoY จากยอดขายรวมที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง แต่หยวนต้ายังคงมองเห็นโอกาสในการลงทุนระยะยาว

text-primary ผลประกอบการ 3Q25 ตามคาด

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์ผลประกอบการ 3Q25 ของ HMPRO ว่าเป็นไปตามคาด โดยมีกำไรปกติอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (-7% QoQ, -10% YoY) ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รายได้หลักอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (-5% QoQ, -2% YoY) ยอดขายลดลง YoY แม้มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 4 แห่ง (ณ สิ้น 3Q25 มีทั้งสิ้น 139 สาขา) เพราะถูกกดดันจาก SSSG เฉลี่ยทั้งกลุ่มที่ -5% YoY อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ระดับ 27.7% ลดลง 21bps YoY ผลจากการจัดโปรโมชั่น ค่าใช้จ่าย SG&A อยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท (+3% QoQ, +3% YoY) หากพิจารณา SG&A/ Sales อยู่ที่ 21.1% เพิ่มขึ้น 100bps YoY จากค่าใช้จ่ายพนักงาน, การตลาด และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ดอกเบี้ยจ่ายรายงานที่ 182 ลบ. (+2% QoQ, +1% YoY)

text-primary ข้อสังเกตและแนวโน้ม

หยวนต้าคาดการณ์ว่า 4QTD SSSG จะติดลบ YoY มากกว่า 3Q25 จากฐานสูงปีก่อนที่มีดีมานด์หลังน้ำท่วม แต่แนวโน้มยอดขายคาดว่าจะลดลงน้อยกว่าเพราะมีการขยายสาขา เบื้องต้นประเมินผลประกอบการ 4Q25 จะยังลดลง YoY แต่มีลุ้นทรงตัวได้หากกำลังซื้อผู้บริโภคฟื้นตัว บริษัทไม่ต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคา และสามารถคุมค่าใช้จ่าย SG&A เข้มงวดมากขึ้น กำไรปกติ 9M25 คิดเป็น 72% ของประมาณการปี 2025 ของหยวนต้าที่ 6.2 พันล้านบาท (-5% YoY)

text-primary คำแนะนำและราคาเป้าหมาย

หยวนต้าคงราคาเหมาะสมสำหรับ HMPRO ที่ 9.20 บาท และคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมองว่าเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q25 และจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PER26 เพียง 14 เท่า เทียบเท่า -1.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี และต่ำกว่า -2SD เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี คาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อปีที่สูงถึง 6% ช่วยจำกัด Downside Risk ความเสี่ยงสำคัญคือ เศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว, ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารหรือการแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นจากการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเร่งกำลังซื้อ ทั้งนี้ วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นใช้วิธี DCF (Discounted Cash Flow) โดยมี WACC (Weighted Average Cost of Capital) ที่ 9.2% และ Terminal growth ที่ 1.0%

โพสต์ล่าสุด