https://aio.panphol.com/assets/images/community/6014_8C3F3E.png

BDMS กำไร Q1/68 ทุบสถิติ! บัวหลวงให้เป้า 35 บาท ชี้ผู้ป่วยต่างชาติหนุน

P/E 19.37 YIELD 3.73 ราคา 20.10 (0.00%)

text-primary BDMS โชว์ผลงานไตรมาส 1/68 กำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.35 พันล้านบาท เติบโต 7% YoY บัวหลวงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 35 บาท อิง DCF ชี้แนวโน้มสดใสจากผู้ป่วยต่างชาติและการขยายโรงพยาบาล

text-primary ผลประกอบการ Q1/68: กำไรนิวไฮตามคาด

BDMS รายงานกำไรหลักไตรมาส 1/68 ที่ 4.35 พันล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ เติบโต 7% YoY และทรงตัว QoQ เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานโรงพยาบาลที่ดีขึ้น ทั้งจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยจากกาตาร์ (+56% YoY), สหราชอาณาจักร (+24%) และสหรัฐอเมริกา (+22%) นอกจากนี้ BDMS ยังได้เปิดตัวโรงพยาบาลเด็กสมิติเวชอินเตอร์เนชั่นแนล (103 เตียง) ในเดือนมีนาคม 2568 และมีแผนเปิดโรงพยาบาลพญาไทบ่อวินที่ชลบุรีอีกด้วย

text-primary วิเคราะห์แนวโน้ม: Q2/68 โตต่อเนื่อง

บัวหลวงคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/68 จะยังคงเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตต่อเนื่องของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงการรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลที่เพิ่งเปิดและขยายขนาด แม้ว่าปัจจัยฤดูกาลอาจส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยชาวไทยลดลงเล็กน้อย แต่คาดว่ารายได้รวมจะยังคงเติบโต YoY ที่ 7-8% โดยแบ่งเป็นการเติบโตของรายได้จากต่างประเทศที่ 10-15% และการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยชาวไทยที่ 5%

text-primary ข้อสังเกต: อัตรากำไรทรงตัว ประสิทธิภาพด้านต้นทุนดีขึ้น

อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจการแพทย์ในไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 37.0% ทรงตัว YoY แต่ลดลง 0.8% QoQ ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 18.3% ทรงตัว YoY แต่ลดลงจาก 20% ในไตรมาส 4/67 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพด้านต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ BDMS

text-primary คำแนะนำและการประเมินมูลค่า

บัวหลวงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ BDMS โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 35 บาท อิงจากวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) โดยมี WACC ที่ 6.9% และ terminal growth ที่ 2% ปัจจุบัน BDMS ซื้อขายที่ PER ปี 2568 ที่ 25.5 เท่า บัวหลวงมองว่าผลประกอบการที่ทำสถิติสูงสุดและแนวโน้มที่สดใสจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาหุ้นในระยะกลางถึงยาว นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้น โดยคาดหวังการฟื้นตัวของอุปสงค์จากผู้ป่วยชาวจีนที่จะกลับมารับการรักษามากขึ้นในช่วงปลายปีนี้

โพสต์ล่าสุด