บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
CPF: เมย์แบงก์ฯ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 33 บาท คาด Q2/68 กำไรยังแรงต่อเนื่อง
P/E 5.98 YIELD 4.88 ราคา 20.70 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น CPF พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 33 บาท จากเดิม 30 บาท อิงจาก P/E ปี 2568 ที่ 12 เท่า (-1 SD จากค่าเฉลี่ย 5 ปี)
ผลประกอบการ Q1/68 แข็งแกร่งเกินคาด
CPF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2568 ที่ 8.5 พันล้านบาท (+642% YoY, +105% QoQ) หากรวมดอกเบี้ยจ่ายจากหุ้นกู้ถาวรและตัดรายการพิเศษออก กำไรสุทธิหลักอยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท (+3,267% YoY, +54% QoQ) สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีกว่าคาด โดย GPM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 18.5% ในไตรมาส 1/2568 เทียบกับ 12.0% ในไตรมาส 1/2567 และ 15.7% ในไตรมาส 4/2567 จากต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลงและราคาสินค้าเนื้อสัตว์ที่สูงขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 92% YoY จากการเติบโตของกำไรจาก CPALL, HyLife และ CTI
แนวโน้ม Q2/68 ยังสดใส แต่ครึ่งปีหลังอาจชะลอตัว
เมย์แบงก์ฯ คาดว่ากำไรจะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 2/2568 จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นบวกทั้งในไทยและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะชะลอลงในครึ่งหลังของปี 2568 เนื่องจากราคาหมูในไทยและเวียดนามอาจอ่อนตัวลง HoH จากราคาที่อยู่ในระดับสูงในครึ่งแรกของปี ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรขยายกำลังการผลิต แต่โดยรวมแล้วกำไรในครึ่งหลังของปีอาจอ่อนลงเมื่อเทียบ HoH แต่ยังคงสูงกว่าปีก่อนเมื่อเทียบแบบ YoY
ผลกระทบจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ มีจำกัด
ผู้บริหาร CPF คาดว่าผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะมีอย่างจำกัด เนื่องจากยอดขายไปยังตลาดสหรัฐฯ มีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของยอดขายทั้งหมด ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังผลักดันการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น โดย CPF มองว่าการนำเข้าอาหารสัตว์จากสหรัฐฯ อาจช่วยลดราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศซึ่งจะเป็นผลดีต่อผู้ผลิตเนื้อสัตว์ในไทยรวมถึง CPF ด้วย