DELTA ยังแกร่ง! โบรกฯ มองข้ามช็อตปรับเป้า 300 บาท รับเทรนด์ AI โตแรง
สรุปไฮไลท์สำคัญ
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว แม้จะมีการปรับลดราคาเป้าหมายลงเล็กน้อย โดยโบรกเกอร์ MST (Maybank Securities) ได้ออกบทวิเคราะห์คงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ที่ 300 บาท (จากเดิม 313 บาท) เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของกำไรหลักที่คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 37% ในปี 2569 และ 46% ในปี 2570
เจาะลึกเนื้อหาและการเติบโต
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของ DELTA มาจากยอดขายที่เติบโตต่อเนื่องและการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยบริษัทมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 30-40% จากโรงงานใหม่ในบางปู สำหรับผลประกอบการ Q4/2569 คาดว่าจะทำกำไรหลักได้ถึง 1.0 หมื่นล้านบาท (+43% YoY, +46% QoQ) จากการรับรู้รายได้โรงงานใหม่และการระบายสินค้าคงคลัง ส่วนในปี 2570 คาดว่ากำไรจะแตะระดับ 4.6 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากโซลูชันระบบระบายความร้อน (Liquid Cooling) และคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ AI/Data Centre ที่ชัดเจนไปจนถึงไตรมาส 3/2570
ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน
นักวิเคราะห์มองว่าความกังวลเรื่องการแย่งส่วนแบ่งตลาดของ Delta Malaysia (DelMY) นั้น "มีมากเกินไป" เนื่องจาก DELTA มีความได้เปรียบด้าน R&D และต้นทุนแรงงานที่แข่งขันได้ นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องนโยบายการลงทุน Data Centre ในสหรัฐฯ อาจไม่ส่งผลกระทบอย่างที่กังวล เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำด้าน AI เป็นยุทธศาสตร์หลัก ทั้งนี้ บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็น Net Cash และมีแผนเพิ่มงบ R&D เป็น 4% ของยอดขาย เพื่อรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี
บทสรุปการวิเคราะห์
แม้จะมีการปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2569-2570 ลงเล็กน้อย 3-4% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ในภาพรวม DELTA ยังคงเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งและได้ประโยชน์โดยตรงจากกระแส AI โลก โดยโบรกเกอร์ใช้วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี DDM (Dividend Discount Model) ซึ่งสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสมในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาผลประกอบการในไตรมาส 4/2569 และไตรมาส 1/2570 ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในการขับเคลื่อนราคาหุ้นต่อไป