MORE กำไรสุทธิ Q3/2569 แตะ 4.65 ล้านบาท รับอานิสงส์รายได้สาธารณูปโภคโตและกำไรขายสินทรัพย์
ผลประกอบการผันผวนตามรายการพิเศษและขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่ธุรกิจน้ำประปาเกาะเสม็ดเป็นแรงหนุนหลัก
บริษัท มอร์รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 4.65 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.91% โดยได้รับปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในส่วนงานสาธารณูปโภคและการขายสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 7.79 ล้านบาท หรือลดลง 62.63% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นที่เพิ่มสูงขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ "ความผันผวนของรายการที่มิใช่การดำเนินงานปกติ" ซึ่งหักล้างกันระหว่างกำไรจากการขายสินทรัพย์ทางการเงินกับผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม โดยมีธุรกิจสาธารณูปโภคเป็นฐานรายได้หลักที่เติบโตอย่างมั่นคง
1) หัวใจคืออะไร:
กำไรสุทธิ 4.65 ล้านบาท เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักที่สวนทางกัน คือ (1) รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นถึง 33.03 ล้านบาท ซึ่งรวมกำไรจากการขายสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น 28.84 ล้านบาท และ (2) รายได้จากส่วนงานสาธารณูปโภคที่เติบโต 12.02% จากการท่องเที่ยวเกาะเสม็ดที่ฟื้นตัว แต่ถูกกดดันด้วยผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นที่พุ่งสูงขึ้นถึง 18.96 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
การเปลี่ยนแปลงของกำไรเกิดจากกลไกการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ทางการเงินของบริษัทฯ เป็นหลัก โดยบริษัทฯ มีการขายสินทรัพย์เพื่อรับรู้กำไร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการตีมูลค่ายุติธรรม (Mark-to-Market) ของสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ในพอร์ตตามสภาวะตลาด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นถึง 240.16% เมื่อเทียบกับงวดก่อน ในส่วนของธุรกิจหลัก (สาธารณูปโภค) รายได้เติบโตตามปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกจากการดำเนินงานจริง
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ปัจจัยด้านรายได้จากสาธารณูปโภคมี "โอกาสต่อเนื่อง" ตามฤดูกาลท่องเที่ยวและปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่ในส่วนของกำไร/ขาดทุนจากสินทรัพย์ทางการเงินนั้น "ยังไม่ชัดเจนและมีลักษณะครั้งคราว" ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการตัดสินใจบริหารพอร์ตของฝ่ายจัดการ ซึ่งนักลงทุนควรติดตามความผันผวนในส่วนนี้อย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: อยู่ที่ 19.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.90% จากงวดก่อน โดยส่วนงานสาธารณูปโภคคิดเป็นสัดส่วนรายได้หลักถึง 97.96%
- กำไรสุทธิ 9 เดือน: อยู่ที่ 16.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 286.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ค่าใช้จ่ายพุ่ง: ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 19.20 ล้านบาท (+240.16%) จากการปรับมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน
- หนี้สินเพิ่ม: หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7.64% จากปี 2568 เนื่องจากภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้นตามกำไร
- คดีความ: ศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2568 ในส่วนของคดี NVDR แต่ยกฟ้องในส่วนของค่าเสียหาย 76.87 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้หลักจากการจำหน่ายน้ำประปาบริเวณเกาะเสม็ดเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยรายได้ส่วนนี้เติบโต 12.02% ส่งผลให้ภาพรวมรายได้รวมทุกส่วนงานเพิ่มขึ้น 1.88 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากความผันผวนของรายการทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ทางการเงิน ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
โอกาส
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเกาะเสม็ดส่งผลโดยตรงต่อความต้องการใช้น้ำประปา ซึ่งเป็นรายได้หลักที่มั่นคงของบริษัทฯ
- การติดตามหนี้คงค้างจากบริษัทย่อย (เช่น MNE) เริ่มเห็นการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยบางส่วน ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่อง
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในอนาคต
- ภาระหนี้สินคงค้างของบริษัทย่อยหลายแห่งที่ปัจจุบันไม่ได้ดำเนินธุรกิจหรือเป็นบริษัทร้าง ซึ่งบริษัทฯ ได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไว้แล้ว
- ความไม่แน่นอนทางกฎหมายจากคดีความฟ้องร้องเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ยังอยู่ในชั้นอุทธรณ์
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าการชำระหนี้ของบริษัทร่วม (Rolling Loud Thailand) ซึ่งคาดว่าจะทราบแผนการชำระเงินหลังโครงการปีที่ 3 เสร็จสิ้น
- ผลการอุทธรณ์คดีความกับบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์จำกัด (NVDR)
- การบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์ทางการเงินของบริษัทฯ ว่าจะมีความผันผวนต่อกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไปอย่างไร
- แนวโน้มปริมาณนักท่องเที่ยวเกาะเสม็ด ซึ่งเป็นตัวแปรหลักของรายได้สาธารณูปโภค
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
รายได้ส่วนงานบริการและสาธารณูปโภคเป็นหัวใจหลัก โดยเฉพาะสาธารณูปโภคที่ทำรายได้ 18.73 ล้านบาท (97.96% ของรายได้รวม) ต้นทุนบริการไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีสาระสำคัญ สะท้อนถึงการควบคุมต้นทุนที่ค่อนข้างคงที่ในธุรกิจน้ำประปา ขณะที่ธุรกิจบริการอื่นๆ ยังมีสัดส่วนรายได้น้อยมาก (0.37 ล้านบาท)
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 994.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.29% จากสิ้นปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.88% เป็น 920.87 ล้านบาท สะท้อนสถานะทางการเงินที่ยังคงมีความมั่นคงในแง่ของส่วนทุน แม้จะมีประเด็นเรื่องหนี้สินคงค้างของบริษัทย่อยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สรุปท้าย
MORE ในไตรมาส 3/2569 มีผลการดำเนินงานที่ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจน้ำประปาเกาะเสม็ด แต่กำไรสุทธิถูกกดดันจากรายการทางบัญชีของสินทรัพย์ทางการเงิน แม้บริษัทฯ จะมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ แต่ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมก็เป็นปัจจัยที่ต้องระวัง นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับความคืบหน้าของคดีความและแผนการชำระหนี้ของบริษัทร่วม ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อกระแสเงินสดและผลประกอบการในอนาคต