PTTGC เดินหน้าผนึกกำลัง SCGC ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่รับมือวัฏจักรปิโตรเคมี
ไฮไลท์สำคัญ: ก้าวสำคัญสู่ Strategic Reset
บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานความคืบหน้าการร่วมทุน (JV) ระหว่าง PTTGC และ SCGC ในธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ โดยทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับขอบเขตโครงการเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะกิจการ (Confirmatory Due Diligence) คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องโครงสร้างการถือหุ้นและผลประโยชน์ร่วม (Synergies) ภายในเดือนตุลาคม 2569 นี้ โดยโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าหมายหุ้น PTTGC ไว้ที่ 48.00 บาท
รายละเอียดการลงทุน: ผสานจุดแข็งสร้างความยั่งยืน
การร่วมทุนครั้งนี้ถือเป็น Strategic reset ที่สำคัญของ PTTGC เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงขาลงของวัฏจักรปิโตรเคมี โดย PTTGC จะนำธุรกิจโอเลฟินส์ โรงงาน PE และเงินลงทุนใน HMC Polymers เข้าร่วม ส่วน SCGC จะนำธุรกิจโอเลฟินส์, PE, PP และบริษัทในเครืออย่าง SPE, SSLC, Thai MMA และ BST เข้ามาเสริมทัพ การผสานจุดแข็งด้าน Upstream และ Feedstock flexibility ของ PTTGC เข้ากับ Downstream, HVA และ R&D ของ SCGC จะช่วยให้บริษัทมี ความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และสร้างฐานกำไรให้มีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว
ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์: ความท้าทายและโอกาสในอนาคต
นักวิเคราะห์มองว่าดีลนี้จะช่วย ลด Downside risk จากภาวะ Oversupply ในตลาดและลดความผันผวนของ EBITDA ได้ดีกว่าการดำเนินงานแบบเดิม อย่างไรก็ตาม สำหรับการลงทุนระยะสั้นยังคงต้องติดตามรายละเอียดขั้นสุดท้าย ทั้งโครงสร้างการถือหุ้นและอำนาจการควบคุม ส่วนในด้าน ESG นั้น PTTGC ยังคงรักษามาตรฐานระดับสูงด้วยเรตติ้ง AAA ซึ่งเป็น ผลบวกต่อภาพลักษณ์และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว แต่ยังคงต้องระวังความเสี่ยงจากภาวะโรงงานหยุดชะงักฉุกเฉิน (Unplanned shutdown) และความผันผวนของค่าการกลั่นที่อาจไม่เป็นไปตามสมมติฐาน
สรุปภาพรวมการลงทุน
บล.เอเซียพลัส ประเมินว่าการร่วมทุนนี้เน้นสร้างความแข็งแกร่งระยะยาวมากกว่ากำไรระยะสั้น โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569F อยู่ที่ 19,226 ล้านบาท และปี 2570F อยู่ที่ 11,144 ล้านบาท การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองและทำให้ Product mix มีความหลากหลายมากขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง (HVA) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นและ ฟื้นตัวได้ดีขึ้นจากวัฏจักรขาลง ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลก