TRITN ขาดทุนสุทธิ Q1/2569 เพิ่มขึ้นแตะ 18.71 ล้านบาท รับผลกระทบจากข้อจำกัดการดำเนินงานโรงไฟฟ้า
ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 อ่อนตัวลงจากปีก่อน ขณะที่บริษัทเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจสู่แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์และเวลเนสเต็มตัว
บริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TRITN รายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในไตรมาส 1/2569 จำนวน 18.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 12.22 ล้านบาท หรือคิดเป็นการขาดทุนที่เพิ่มขึ้น 53% โดยปัจจัยหลักมาจากข้อจำกัดด้านการดำเนินงานของธุรกิจผลิตไฟฟ้า ขณะที่บริษัทกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านกลยุทธ์ครั้งสำคัญสู่การเป็นแพลตฟอร์มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเวลเนสภายใต้แบรนด์ "Haven" เพื่อสร้างรายได้ประจำในอนาคต
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ "ข้อจำกัดด้านการดำเนินงานของธุรกิจโรงไฟฟ้า" ซึ่งเป็นรายได้หลักเดิม โดยโรงไฟฟ้าหนองรีมีการซ่อมบำรุงตามรอบ และโรงไฟฟ้าอัครวัฒน์ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้บริษัทจะมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (บริษัท มาดาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด (มหาชน)) เข้ามาจำนวน 1.23 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักที่อ่อนตัวลง
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- ข้อจำกัดด้านการผลิต: โรงไฟฟ้าหนองรีต้องหยุดเพื่อซ่อมบำรุงตามรอบที่กำหนด ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลง ส่วนโรงไฟฟ้าอัครวัฒน์ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานราชการ ทำให้ไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังในไตรมาสนี้
- การปรับโครงสร้าง: บริษัทอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ "Land-backed platform" ที่เน้นธุรกิจเวลเนสและไลฟ์สไตล์ ทำให้ในช่วงนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวางรากฐาน (Master planning) และการลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสร้างรายได้
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่คาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาส 2/2569 โดยฝ่ายบริหารระบุว่าโรงไฟฟ้าอัครวัฒน์คาดว่าจะสามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านรายได้ลง อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้จากโครงการ "The Haven Project" ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาและเปิดตัวเต็มรูปแบบ ดังนั้นผลประกอบการในระยะสั้นจะยังคงผันผวนตามความคืบหน้าของการกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าและการวางรากฐานธุรกิจใหม่
Highlight สำคัญ
- ผลขาดทุนสุทธิ: 18.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% YoY (จาก 12.22 ล้านบาท)
- ธุรกิจโรงไฟฟ้า: เป็นปัจจัยกดดันหลักจากเหตุซ่อมบำรุงและรออนุมัติราชการ
- การลงทุนใหม่: เข้าถือหุ้น 18.20% ในบริษัท มาดาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด (มหาชน) และรับรู้ส่วนแบ่งกำไร 1.23 ล้านบาท
- กลยุทธ์ใหม่: มุ่งสู่ธุรกิจเวลเนสและไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ "Haven" เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income)
- แนวโน้มโรงไฟฟ้า: คาดว่าจะกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติในไตรมาส 2/2569
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 อ่อนตัวลงจากปีก่อนอย่างชัดเจน โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลที่ประสบปัญหาด้านการดำเนินงาน ทั้งจากการซ่อมบำรุงตามรอบและการรออนุมัติจากหน่วยงานราชการ ทำให้รายได้และประสิทธิภาพการทำกำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โอกาส
บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการ "The Haven Project" ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม High-Net-Worth Individuals ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง การสร้างระบบนิเวศ (Operational Ecosystem) ในธุรกิจนี้จะช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในระยะยาว
ความเสี่ยง
- ความล่าช้าในการอนุมัติ: การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าอัครวัฒน์ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของหน่วยงานราชการ
- ความเสี่ยงในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ: การลงทุนในธุรกิจใหม่ (Wellness) มีความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการยอมรับของตลาดในช่วงเริ่มต้น
- ประสิทธิภาพการดำเนินงาน: การซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าตามรอบอาจส่งผลกระทบต่อรายได้เป็นระยะ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าอัครวัฒน์ในไตรมาส 2/2569 ตามที่ฝ่ายบริหารคาดการณ์
- ความคืบหน้าของแผนแม่บท (Master planning) สำหรับโครงการ "The Haven Project"
- การบริหารจัดการกระแสเงินสดเพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจใหม่ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพของธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้างเดิม
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
บริษัทกำลังปรับตัวจากธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรมเดิม ไปสู่การเป็น "Land-backed platform" โดยเน้นการใช้ที่ดินที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการ Mixed-use ที่เน้นไลฟ์สไตล์และการบริการ (Hospitality) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการรับเหมามาเป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว
สรุปท้าย
TRITN ในไตรมาส 1/2569 ยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยากลำบากจากผลกระทบของธุรกิจโรงไฟฟ้าที่สะดุดลง อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่มเวลเนสและไลฟ์สไตล์ถือเป็นก้าวสำคัญที่ต้องติดตาม โดยนักลงทุนควรจับตาการกลับมาดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในไตรมาส 2/2569 ว่าจะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวกได้หรือไม่ ควบคู่ไปกับความชัดเจนของแผนการพัฒนาโครงการ "The Haven Project" ในระยะถัดไป