KCE รับอานิสงส์ดีลใหม่หนุนกำไรโตแรง ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นถือ
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับหุ้น KCE Electronics (KCE) ขึ้นเป็น "ถือ" จากเดิมที่แนะนำ "ขาย" พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นเป็น 53.0 บาท (จากเดิม 19.0 บาท) โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าแบบ DDM และปรับเพิ่มสมมติฐานการเติบโตระยะยาวขึ้นเป็น 6.0% เพื่อสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์เชิงรุกในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ไม่ใช่ยานยนต์มากขึ้น
เจาะลึกเนื้อหาการเติบโต
ปัจจัยบวกสำคัญมาจากการที่ KCE สามารถปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย (ASP) ได้สำเร็จ 9%–10% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ประกอบกับการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่มยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ MST ปรับประมาณการกำไรหลักปี 2569 ขึ้น 50% เป็น 1.3 พันล้านบาท (+66% YoY) และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570 ขึ้นอีก 90% เป็น 1.9 พันล้านบาท (+50% YoY) โดยคาดว่ากำไรหลักใน 2H69 จะอยู่ที่ 886 ล้านบาท (+104% YoY, +113% HoH) นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพิจารณาปรับขึ้นราคาขายอีก 9–10% ในช่วง 4Q69 ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 22.0% ในปี 2569 และ 24.5% ในปี 2570
ข้อสังเกตและปัจจัยหนุนระยะยาว
แม้ KCE จะมีการเติบโตที่โดดเด่น แต่ปัจจุบันยังคงซื้อขายที่ระดับพรีเมียมด้วย P/E ปี 2570 ที่ 32 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มในภูมิภาคที่ 23 เท่า อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกที่น่าจับตา 3 ประการ ได้แก่ 1. การเจรจาลูกค้าใหม่ในกลุ่มโทรคมนาคม, Humanoid และอุตสาหกรรมทหาร 2. แผนเปิดโรงงานใหม่ที่โรจนะในปี 2571 ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตรวมอีก 30% และ 3. โอกาสได้รับอานิสงส์จากการที่ผู้ผลิต OEM ตะวันตกต้องการกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีนและไต้หวันเพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
สรุปภาพรวมการลงทุน
การปรับคำแนะนำในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการทำกำไรที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากดีลใหม่และการบริหารจัดการราคาขายที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนความคาดหวังไปค่อนข้างมากแล้ว การลงทุนจึงควรพิจารณาถึงความผันผวนของตลาดและปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่ไปด้วย โดยกำไรหลักที่คาดว่าจะเติบโตเท่าตัวใน 2H69 จะเป็นตัวพิสูจน์ความสำเร็จของกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทได้เป็นอย่างดี