เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ORI: ผลงาน Q2/2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง พร้อมรุกตลาดแนวราบและสร้างรายได้ประจำ
ข่าวสาร

ORI: ผลงาน Q2/2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง พร้อมรุกตลาดแนวราบและสร้างรายได้ประจำ

ORI P/E 8.44 YIELD 3.74
2 ชั่วโมง 16:14 น. 0 ความเห็น

ORI: ผลงาน Q2/2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง พร้อมรุกตลาดแนวราบและสร้างรายได้ประจำ

1. Highlights

  • การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์: เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนใน Q2/2569 โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงบน และตลาดแนวราบยังคงเติบโตได้ดี
  • การปรับโครงสร้างธุรกิจ: ORI มีการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย (คอนโดและแนวราบ) และรายได้ประจำ (Recurring Income) จากธุรกิจโรงแรม, ออฟฟิศให้เช่า, และธุรกิจบริการอื่นๆ
  • การบริหารจัดการต้นทุน: มีการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีการเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก
  • การร่วมทุน (Joint Venture): การใช้กลยุทธ์ JV ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการขยายธุรกิจ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่ดินและลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
  • การให้ความสำคัญกับ ESG: ORI ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

2. Hero Story

  • การเติบโตของยอดขาย (Presales) ที่โดดเด่น: ยอด Presales ใน Q2/2569 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะจากโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมที่เปิดใหม่ สะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดและการบริหารจัดการการขายที่มีประสิทธิภาพ

3. Outlook

  • เป้าหมาย Presales ปี 2569: ตั้งเป้า Presales ที่ 35,000 ล้านบาท โดยเน้นการเปิดโครงการใหม่ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง
  • การรุกตลาดแนวราบ: ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการแนวราบ โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในทำเลที่มีศักยภาพ
  • การเพิ่มสัดส่วน Recurring Income: มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรม, ออฟฟิศให้เช่า, และธุรกิจบริการอื่นๆ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับรายได้ในระยะยาว
  • แผนการเปิดโครงการใหม่: วางแผนเปิดโครงการใหม่รวม 20-25 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท ในปี 2569
  • การบริหารจัดการหนี้สิน: ตั้งเป้า D/E Ratio ไม่เกิน 1.5 เท่า เพื่อรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

4. ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว: กำลังซื้อของผู้บริโภคอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
  • อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น: ต้นทุนทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยยังคงปรับตัวสูงขึ้น
  • การแข่งขันที่รุนแรง: ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย
  • การปฏิเสธสินเชื่อ (LTV): นโยบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่เข้มงวด อาจส่งผลต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์
  • ต้นทุนการก่อสร้างและที่ดิน: ราคาวัสดุก่อสร้างและราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร

5. Q&A Highlights

  • Q: (0:45) แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ในครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร และมีโครงการที่รอโอนจำนวนเท่าใด?
* A: คาดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ในครึ่งปีหลังจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จใหม่หลายโครงการ และมี Backlog ที่รอโอนจำนวนมากที่จะทยอยรับรู้รายได้
  • Q: (1:10) กลยุทธ์การรุกตลาดแนวราบในปีนี้เป็นอย่างไร และมีแผนขยายไปยังทำเลใดบ้าง?
* A: ยังคงเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบในทำเลที่มีศักยภาพสูง ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะโซนตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ และจะมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย
  • Q: (1:35) สัดส่วนรายได้จาก Recurring Income มีเป้าหมายอย่างไรในระยะยาว และมีแผนการลงทุนในธุรกิจใดเพิ่มเติม?
* A: ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Recurring Income ให้เป็น 20-25% ของรายได้รวมในระยะยาว โดยจะเน้นการลงทุนในธุรกิจโรงแรม, ออฟฟิศให้เช่า, และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น โลจิสติกส์ และ Healthcare
  • Q: (2:00) ผลกระทบจากต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนเป็นอย่างไร?
* A: มีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด โดยการเจรจากับซัพพลายเออร์ การใช้เทคโนโลยีในการก่อสร้าง และการออกแบบโครงการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี
  • Q: (2:25) แผนการระดมทุนและการบริหารจัดการหนี้สินในปีนี้เป็นอย่างไร?
* A: มีแผนการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้และเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และจะรักษาระดับ D/E Ratio ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อความมั่นคงทางการเงินของบริษัท

ยังไม่มีความคิดเห็น