เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BCPG: ผลประกอบการ Q2/2569 แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน
ข่าวสาร

BCPG: ผลประกอบการ Q2/2569 แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน

BCPG P/E 9.53 YIELD 4.93
5 วัน 22:27 น. 0 ความเห็น

BCPG: ผลประกอบการ Q2/2569 แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน

1. Highlights

BCPG มีกำลังการผลิตรวมตามสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 1,961.2 MW โดยแบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ (CCGT) 58% โรงไฟฟ้าพลังงานลม 20% โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 14% และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 8% การดำเนินงานในไทยมีโรงไฟฟ้าโซลาร์และพลังงานลมรวม 215 MW และอยู่ระหว่างพัฒนา 16.6 MW นอกจากนี้ยังมีธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ คลังน้ำมันและ District Cooling ใน สปป.ลาว มีโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำและพลังงานลมรวม 480.5 MW ที่ผลิตในลาวและส่งขายเวียดนาม ส่วนในไต้หวันมีโครงการโซลาร์ที่อยู่ระหว่างพัฒนาและใน pipeline รวม 470 MW

2. Hero Story

ผลประกอบการของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว (CLMV) มีการเติบโตที่โดดเด่น โดย Q-on-Q เพิ่มขึ้นกว่า 50% และ Year-on-Year เพิ่มขึ้น 8% เนื่องจากปริมาณน้ำในลำน้ำที่เขื่อนตั้งอยู่มีปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ใน Q2 และ Q3 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมของบริษัท

3. Outlook

BCPG คาดการณ์ว่าปี 2569 จะเป็นปีที่บริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกสินทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินงานของโครงการ Monsoon และการเพิ่มขึ้นของ Capacity Revenue ในสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการโดยรวมแข็งแกร่งขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่จะดีกว่าครึ่งปีแรก นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการลงทุนในตลาดไทย (Thailand Opportunities) เช่น โครงการ DPPA, Data Center Demand, Private PPA และ Solar & BESS รวมถึงการลงทุนใน Energy Infrastructure Supply Chain และ New Ventures & Others เช่น US New Power Platform, SMR (Small Modular Reactor) และ Smart Storage Battery (VRB Energy) โดยมีเงินทุนใหม่จากการขายสินทรัพย์ Hamilton ประมาณ 11.5 พันล้านบาท และศักยภาพการกู้ยืมเพิ่มเติม ทำให้มีเงินลงทุนรวมประมาณ 16 พันล้านบาท

4. ความเสี่ยง

  • ความผันผวนตามฤดูกาล: ผลประกอบการของโรงไฟฟ้าโซลาร์และพลังงานลมในไทยได้รับผลกระทบจากฤดูฝนใน Q2 และโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน สปป.ลาว ก็อยู่ในช่วง low season ใน Q2 เช่นกัน
  • การบำรุงรักษา: โรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ มีการบำรุงรักษาใน Q2 ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้
  • การควบคุมราคา: แม้ว่าความต้องการไฟฟ้าในตลาด PJM ของสหรัฐฯ จะสูง แต่ราคา Capacity Price ยังคงถูกจำกัด (capped) ไว้ที่ 325 เหรียญ/MWh
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: การลงทุนในต่างประเทศทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าจะมีการบริหารจัดการความเสี่ยง (hedging) อย่างต่อเนื่อง

5. Q&A Highlights

  • ผลกระทบจากการขายโครงการ Hamilton (สหรัฐฯ) (29:30)
ผู้บริหารชี้แจงว่าการขายโครงการ Hamilton เป็นไปตามเงื่อนไข Drag-along ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดย BCPG ยังคงเหลือโรงไฟฟ้า CCGT อีก 2 แห่งในสหรัฐฯ คือ CCE และ SFE ซึ่งมีผลประกอบการที่ดีและ Spark Spread สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ การขาย Hamilton จะทำให้ BCPG ได้รับเงินสดประมาณ 320-350 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะนำไปใช้ลดภาระหนี้และลงทุนในโครงการใหม่ๆ โดยคาดว่า EBITDA ของ Hamilton ในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท และ Net Profit ประมาณ 700-800 ล้านบาท แต่บริษัทมีแผนที่จะปิดช่องว่าง (bridge gap) รายได้ที่หายไปจากการขาย Hamilton ด้วยการเติบโตของธุรกิจพลังงานลมและพลังน้ำ รวมถึงการลงทุนใหม่ๆ
  • แนวโน้ม Capacity Revenue ของ US Gas (33:45)
ผู้บริหารกล่าวว่าแนวโน้ม Capacity Revenue ของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ยังคงมีทิศทางที่ดี แม้จะมีการควบคุมราคา (capped price) แต่ราคาก็มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 329 เหรียญ/MWh ในครึ่งปีหลังของปี 2569 และ 333 เหรียญ/MWh ในปี 2570 นอกจากนี้ ความต้องการไฟฟ้าในตลาด PJM ยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ผลิตไฟฟ้า
  • โอกาสการลงทุนในประเทศและธุรกิจใหม่ๆ (32:00)
ผู้บริหารระบุว่า BCPG จะให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในไทยจะเน้นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) เนื่องจากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโอกาสในธุรกิจ Data Center และ Private PPA นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสในการต่อยอดธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Storage Tank และ Energy Infrastructure Supply Chain รวมถึง New Ventures อื่นๆ เช่น SMR (Small Modular Reactor) และ Smart Storage Battery (VRB Energy) โดยใช้เงินทุนที่ได้จากการขาย Hamilton และศักยภาพการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด

ยังไม่มีความคิดเห็น