COM7 โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 29.9% โบรกฯ ปรับเป้าหมายราคาขึ้นรับอนาคตสดใส
ผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตโดดเด่นเกินคาด
บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,303 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 29.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ประมาณ 5-6% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากยอดขายสมาร์ทโฟนที่เติบโตได้ดี รวมถึงการรับรู้รายได้จากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เข้าซื้อกิจการในช่วงปลายปี 2568 นอกจากนี้ ธุรกิจที่ไม่ใช่การขายปลีก (Non-retail) โดยเฉพาะ Ufund ยังมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 114% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 14.3%
โบรกเกอร์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2571
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) ได้วิเคราะห์และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ COM7 ในช่วงปี 2569-2571 ขึ้นอีก 11.4% ถึง 15.9% เพื่อสะท้อนถึงฐานรายได้ที่แข็งแกร่งและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นทั้งจากธุรกิจหลักและธุรกิจใหม่ โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมทั้ง คงคำแนะนำ "ซื้อ" และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 35 บาท (จากเดิม 31 บาท) โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าจาก P/E Ratio ปี 2569 ที่ระดับ 17.1 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีของบริษัท
ข้อสังเกตด้านสถานะทางการเงินและการขยายธุรกิจ
ในด้านสถานะทางการเงิน FSSIA มองว่ายังคงมีความมั่นคง แม้จะมีประเด็นที่ต้องติดตามคือการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (ECL) ของ Ufund ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายพอร์ตสินเชื่อ แต่ระดับหนี้เสีย (NPL) ยังคงต่ำกว่า 1% สำหรับภาระหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) เริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายธุรกิจ ส่งผลให้ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 1.2 เท่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทโดยแต่งตั้งผู้บริหารจาก PLANB เข้ามาเสริมทัพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและสร้างการเติบโตในอนาคต
สรุปภาพรวมการลงทุน
COM7 ยังคงเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีที่มีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีแผนขยายสาขาให้ถึง 1,400 แห่งภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง การขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ (New S-Curve) เช่น Ufund และ iCare จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจในทิศทางของบริษัท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยความเสี่ยงเรื่องกำลังซื้อของผู้บริโภคและการแข่งขันในตลาดที่อาจส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต