CHOTI พลิกมีกำไรสุทธิ 257.92 ล้านบาทใน Q2/2569 รับอานิสงส์เงินชดเชยอุทกภัย
รายได้จากการขายชะลอตัวจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง แต่ได้แรงหนุนจากธุรกิจใหม่และรายการพิเศษช่วยดันกำไรสุทธิพุ่ง
บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOTI รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 257.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 691.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ โดยปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปี 2568 แม้รายได้จากการขายรวมจะปรับตัวลดลง 9.17% จากแรงกดดันด้านการแข่งขันในตลาดอาหารทะเลแช่แข็ง แต่บริษัทสามารถสร้างการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและธุรกิจห้องเย็น ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ใหม่
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของกำไรในรอบนี้คือ "รายการพิเศษจากการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทน"
กำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นผลมาจากการบันทึกรายได้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์อุทกภัยปลายปี 2568 เข้ามาในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว (One-time) ที่ช่วยพลิกฟื้นสถานะจากขาดทุนเป็นกำไรสุทธิ 257.92 ล้านบาท
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายการพิเศษ: การได้รับเงินชดเชยค่าสินไหมทดแทนเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิและส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- การบริหารต้นทุน: อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 5.05% (จาก 4.51% ในปีก่อน) เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลงในไตรมาส 2/2569 ช่วยลดต้นทุนขายได้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
- การเติบโตของธุรกิจใหม่: รายได้จากการให้บริการ (ธุรกิจห้องเย็น) เติบโตโดดเด่น 73.14% จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของระบบ Automated Storage (AS/RS) ช่วยลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
เป็นลักษณะครั้งคราว (One-time) ในส่วนของรายได้ค่าสินไหมทดแทนจะไม่เกิดขึ้นอีกในไตรมาสถัดไป ส่วนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งการแข่งขันด้านราคาในตลาดกุ้งและทุเรียนแช่แข็ง รวมถึงความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: 257.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 691.56% YoY (จากเดิมขาดทุนสุทธิ)
- รายได้จากการขาย: 1,103.27 ล้านบาท ลดลง 9.17% YoY โดยกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง (สัดส่วน 80.19%) ลดลง 19.84%
- ธุรกิจใหม่เติบโต: รายได้จากผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปพุ่งขึ้น 2,846.90% และธุรกิจห้องเย็นเพิ่มขึ้น 111.33%
- อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 5.05% จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น
- ค่าใช้จ่ายบริหาร: เพิ่มขึ้น 23.37% จากการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้พนักงานหลังเหตุการณ์อุทกภัย
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมของบริษัทได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาหารทะเลแช่แข็ง โดยเฉพาะจากคู่แข่งอย่างเอกวาดอร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถชดเชยได้บางส่วนจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (อาหารแปรรูป) และธุรกิจห้องเย็นที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นแม้รายได้รวมจะหดตัว
โอกาส
- ธุรกิจห้องเย็น (AS/RS): มีศักยภาพเติบโตตามอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งและช่วยกระจายแหล่งรายได้
- ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม: การนำวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นสินค้าพร้อมทานได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดในประเทศ
- ตลาดจีน: ยังคงเป็นตลาดหลักที่มีสัญญาณการเติบโต โดยเฉพาะสินค้าพรีเมียมอย่างกุ้งกุลาดำ
ความเสี่ยง
- การแข่งขันด้านราคา: ทั้งในกลุ่มกุ้งแช่แข็ง (จากเอกวาดอร์) และทุเรียนแช่แข็ง (จากเวียดนามและมาเลเซีย)
- ต้นทุนพลังงาน: ค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจห้องเย็นและกระบวนการแช่แข็ง หากราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นจะกระทบมาร์จินโดยตรง
- นโยบายการค้า: มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีหลังอาจกระทบความสามารถในการแข่งขัน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: กระทบโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออก
- สถานการณ์ราคาวัตถุดิบ: ทั้งกุ้งและทุเรียนที่ผันผวนตามฤดูกาลและปริมาณผลผลิต
- กำลังซื้อในตลาดหลัก: โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เปลี่ยนพฤติกรรมไปนิยมสินค้าแปรรูปมากขึ้น
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าระวางเรือ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
บริษัทเน้นการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านเทคโนโลยี AI เพื่อชดเชยกับต้นทุนที่สูงขึ้น ในส่วนของธุรกิจทุเรียนแช่แข็ง แม้ราคาวัตถุดิบจะลดลงเป็นผลดีต่อต้นทุน แต่การแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้านในตลาดจีนเป็นปัจจัยกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาดที่ต้องเฝ้าระวัง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 18.87% จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 8.01% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม ส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 63.31% จากกำไรสุทธิที่รับรู้ในไตรมาสนี้
สรุปท้าย
ผลประกอบการ Q2/2569 ของ CHOTI สะท้อนถึงการพลิกฟื้นจากรายการพิเศษ (ค่าสินไหมทดแทน) เป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจหลักยังคงเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจใหม่ (อาหารแปรรูปและห้องเย็น) ว่าจะสามารถชดเชยรายได้จากธุรกิจหลักที่หดตัวได้มากน้อยเพียงใดท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว