เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CHOTI พลิกมีกำไรสุทธิ 257.92 ล้านบาทใน Q2/2569 รับอานิสงส์เงินชดเชยอุทกภัย
ข่าวสาร

CHOTI พลิกมีกำไรสุทธิ 257.92 ล้านบาทใน Q2/2569 รับอานิสงส์เงินชดเชยอุทกภัย

CHOTI P/E -100.00 YIELD 0.00
9 วัน 22:01 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการขายชะลอตัวจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง แต่ได้แรงหนุนจากธุรกิจใหม่และรายการพิเศษช่วยดันกำไรสุทธิพุ่ง

บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOTI รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 257.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 691.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ โดยปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปี 2568 แม้รายได้จากการขายรวมจะปรับตัวลดลง 9.17% จากแรงกดดันด้านการแข่งขันในตลาดอาหารทะเลแช่แข็ง แต่บริษัทสามารถสร้างการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและธุรกิจห้องเย็น ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ใหม่

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญของกำไรในรอบนี้คือ "รายการพิเศษจากการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทน"

กำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นผลมาจากการบันทึกรายได้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์อุทกภัยปลายปี 2568 เข้ามาในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว (One-time) ที่ช่วยพลิกฟื้นสถานะจากขาดทุนเป็นกำไรสุทธิ 257.92 ล้านบาท

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  1. รายการพิเศษ: การได้รับเงินชดเชยค่าสินไหมทดแทนเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิและส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  2. การบริหารต้นทุน: อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 5.05% (จาก 4.51% ในปีก่อน) เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลงในไตรมาส 2/2569 ช่วยลดต้นทุนขายได้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
  3. การเติบโตของธุรกิจใหม่: รายได้จากการให้บริการ (ธุรกิจห้องเย็น) เติบโตโดดเด่น 73.14% จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของระบบ Automated Storage (AS/RS) ช่วยลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

เป็นลักษณะครั้งคราว (One-time) ในส่วนของรายได้ค่าสินไหมทดแทนจะไม่เกิดขึ้นอีกในไตรมาสถัดไป ส่วนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งการแข่งขันด้านราคาในตลาดกุ้งและทุเรียนแช่แข็ง รวมถึงความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ: 257.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 691.56% YoY (จากเดิมขาดทุนสุทธิ)
  • รายได้จากการขาย: 1,103.27 ล้านบาท ลดลง 9.17% YoY โดยกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง (สัดส่วน 80.19%) ลดลง 19.84%
  • ธุรกิจใหม่เติบโต: รายได้จากผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปพุ่งขึ้น 2,846.90% และธุรกิจห้องเย็นเพิ่มขึ้น 111.33%
  • อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 5.05% จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายบริหาร: เพิ่มขึ้น 23.37% จากการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้พนักงานหลังเหตุการณ์อุทกภัย

ภาพรวมผลประกอบการ

รายได้รวมของบริษัทได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาหารทะเลแช่แข็ง โดยเฉพาะจากคู่แข่งอย่างเอกวาดอร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถชดเชยได้บางส่วนจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (อาหารแปรรูป) และธุรกิจห้องเย็นที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นแม้รายได้รวมจะหดตัว

โอกาส

  • ธุรกิจห้องเย็น (AS/RS): มีศักยภาพเติบโตตามอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งและช่วยกระจายแหล่งรายได้
  • ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม: การนำวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นสินค้าพร้อมทานได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดในประเทศ
  • ตลาดจีน: ยังคงเป็นตลาดหลักที่มีสัญญาณการเติบโต โดยเฉพาะสินค้าพรีเมียมอย่างกุ้งกุลาดำ

ความเสี่ยง

  • การแข่งขันด้านราคา: ทั้งในกลุ่มกุ้งแช่แข็ง (จากเอกวาดอร์) และทุเรียนแช่แข็ง (จากเวียดนามและมาเลเซีย)
  • ต้นทุนพลังงาน: ค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจห้องเย็นและกระบวนการแช่แข็ง หากราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นจะกระทบมาร์จินโดยตรง
  • นโยบายการค้า: มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีหลังอาจกระทบความสามารถในการแข่งขัน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: กระทบโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออก
  2. สถานการณ์ราคาวัตถุดิบ: ทั้งกุ้งและทุเรียนที่ผันผวนตามฤดูกาลและปริมาณผลผลิต
  3. กำลังซื้อในตลาดหลัก: โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เปลี่ยนพฤติกรรมไปนิยมสินค้าแปรรูปมากขึ้น
  4. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าระวางเรือ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

บริษัทเน้นการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านเทคโนโลยี AI เพื่อชดเชยกับต้นทุนที่สูงขึ้น ในส่วนของธุรกิจทุเรียนแช่แข็ง แม้ราคาวัตถุดิบจะลดลงเป็นผลดีต่อต้นทุน แต่การแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้านในตลาดจีนเป็นปัจจัยกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาดที่ต้องเฝ้าระวัง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 18.87% จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 8.01% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม ส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 63.31% จากกำไรสุทธิที่รับรู้ในไตรมาสนี้

สรุปท้าย

ผลประกอบการ Q2/2569 ของ CHOTI สะท้อนถึงการพลิกฟื้นจากรายการพิเศษ (ค่าสินไหมทดแทน) เป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจหลักยังคงเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจใหม่ (อาหารแปรรูปและห้องเย็น) ว่าจะสามารถชดเชยรายได้จากธุรกิจหลักที่หดตัวได้มากน้อยเพียงใดท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

ยังไม่มีความคิดเห็น