PPPM พลิกทำกำไรสุทธิ 18.47 ล้านบาทใน Q2/2569 รับอานิสงส์รายได้โต-กลับรายการสำรองหนี้
รายได้ธุรกิจอาหารสัตว์ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมคุมเข้มค่าใช้จ่ายและรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหนุนผลงานฟื้นตัว
บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 44.56 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยง รวมถึงการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพและการกลับรายการสำรองหนี้เสียที่เคยตั้งไว้ในอดีต
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจรอบนี้คือ การเติบโตของรายได้จากการขายและการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
หัวใจคืออะไร: ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิ 18.47 ล้านบาท คือรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 40% YoY มาอยู่ที่ 165.07 ล้านบาท ประกอบกับการบันทึก "กำไรด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น" จำนวน 27.81 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับรายการสำรองหนี้เสียจากลูกหนี้ที่สามารถชำระคืนได้จริงในไตรมาสนี้
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ด้านรายได้: ธุรกิจอาหารสัตว์ปีกเติบโตจากการได้ลูกค้ารายใหม่และตลาดที่ขยายตัว ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตตามความต้องการของผู้เลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ด้านกำไร: บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ลดลง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเข้ามาเสริมอีก 1.32 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมกำไรก่อนภาษีพลิกเป็นบวกที่ 18.39 ล้านบาท
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
- มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้: เนื่องจากบริษัทระบุว่าธุรกิจอาหารสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงได้รับความนิยมและมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ลักษณะครั้งคราวในส่วนของกำไรพิเศษ: การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิต (27.81 ล้านบาท) และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นรายการที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะช่วงเวลา จึงอาจไม่เกิดขึ้นในระดับนี้ทุกไตรมาส
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการขาย: 165.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY โดยสัดส่วนรายได้มาจากอาหารสัตว์เลี้ยง 84.40% และอาหารสัตว์ปีก 15.60%
- กำไรขั้นต้น: พลิกเป็นบวก 7.95 ล้านบาท (คิดเป็น 5% ของรายได้) จากเดิมที่ขาดทุน 1.28 ล้านบาทในปีก่อน
- การควบคุมต้นทุน: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเหลือ 19.60 ล้านบาท (ลดลง 15% YoY) สะท้อนนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
- สถานะคดีความ: บริษัทชนะคดีฟ้องร้องลูกหนี้เงินให้กู้ยืมระยะยาว โดยศาลตัดสินให้จำเลยชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยรวม 18 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้รวม 165.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 32% ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกจากขาดทุนขั้นต้นมาเป็นกำไรขั้นต้นได้สำเร็จ
โอกาส
การขยายฐานลูกค้าใหม่ในธุรกิจอาหารสัตว์ปีกและแนวโน้มความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกหลักต่อรายได้ในอนาคต รวมถึงการได้รับชำระหนี้คืนจากลูกหนี้ที่เคยตั้งสำรองไว้ ช่วยเสริมสภาพคล่องและฐานะทางการเงินของบริษัท
ความเสี่ยง
บริษัทมีคดีความพิพาทเรื่องสิทธิการเช่าพื้นที่อาคาร People Park ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้บริษัทชำระเงินค่าขาดประโยชน์และค่าเสียหายรายเดือนจนกว่าจะส่งมอบพื้นที่คืน ซึ่งบริษัทได้นำทรัพย์สินไปวางเป็นหลักประกันต่อศาลเพื่อขอทำสัญญาประกันในการงดบังคับคดีไว้ก่อน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การติดตามการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้เงินให้กู้ยืมระยะยาว
- ความคืบหน้าของคดีความพิพาทสิทธิการเช่าพื้นที่อาคาร People Park
- ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์
- การบริหารจัดการกระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้เพียงพอต่อภาระผูกพัน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
โครงสร้างต้นทุนขายส่วนใหญ่ (75-80%) ยังคงเป็นต้นทุนค่าวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งบริษัทต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถเพิ่มปริมาณการขาย (Volume) ได้ช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 491.19 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2568 เล็กน้อยจากการทยอยชำระหนี้ของลูกหนี้และการตัดค่าเสื่อมราคา ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 218.29 ล้านบาท ลดลง 15% จากการทยอยจ่ายชำระหนี้ค่าสินค้า ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 0.90 เท่า
สรุปท้าย
ผลการดำเนินงานของ PPPM ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจนจากธุรกิจหลักคืออาหารสัตว์ที่มียอดขายเติบโต ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการได้รับชำระหนี้คืนช่วยหนุนกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของคดีความพิพาทเรื่องพื้นที่เช่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดในอนาคต แม้ปัจจุบันบริษัทจะมีการวางหลักประกันเพื่อชะลอการบังคับคดีไว้แล้วก็ตาม