เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CNT กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่งแตะ 159 ล้านบาท รับอานิสงส์รายได้ก่อสร้างโตแรง-บริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
ข่าวสาร

CNT กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่งแตะ 159 ล้านบาท รับอานิสงส์รายได้ก่อสร้างโตแรง-บริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ

CNT P/E 14.43 YIELD 1.62
9 วัน 19:53 น. 0 ความเห็น

ผลประกอบการฟื้นตัวโดดเด่นจากโครงการในมือ พร้อมเดินหน้าขยายฐานงานก่อสร้างเฉพาะทางและบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม

บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 159.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ที่มีกำไร 19.2 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้งานก่อสร้างที่เติบโตถึง 49.3% QoQ และการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นพร้อมรองรับการขยายตัวของงานในมือ (Backlog) ในช่วงครึ่งหลังของปี

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจคืออะไร:

หัวใจสำคัญของการเติบโตในไตรมาส 2/2569 คือ "การรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่ชนะการประมูลตั้งแต่ปี 2568" ควบคู่ไปกับการ "เพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น" จาก 5.1% ในไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 5.5% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนงานก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพและการบรรลุข้อตกลงเชิงพาณิชย์ในโครงการที่พักอาศัยระดับหรูหาดลายัน

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  1. รายได้เติบโต: รายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1,222.7 ล้านบาท (49.3% QoQ) จากการเร่งงานก่อสร้างในโครงการหลักให้เป็นไปตามแผน
  2. การบริหารต้นทุนและรายการพิเศษ: บริษัทฯ สามารถลดผลขาดทุนคาดการณ์ในโครงการหาดลายันได้ชัดเจน ผ่านการลงนามสัญญาเพิ่มเติม การยุติข้อพิพาทด้านประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity Claims) และการปรับเงื่อนไขสัญญาให้สะท้อนต้นทุนจริง
  3. ประสิทธิภาพทางการเงิน: บริษัทฯ มีการชำระคืนหนี้สินระยะสั้น ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง 27.2% QoQ และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 2.4%

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทฯ มี Backlog แข็งแกร่งและคาดการณ์ว่ามูลค่างานที่ได้รับในปี 2569 จะสูงกว่า 30,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นโครงการเฉพาะทางที่มีศักยภาพสูง เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และคลังสินค้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของกำไรยังขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้างและความผันผวนของราคาพลังงานที่บริษัทฯ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 159.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 728.6% QoQ และเพิ่มขึ้น 5,032.3% YoY
  • รายได้รวม: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3,733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.5% QoQ
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 5.5% จาก 5.1% ในไตรมาสก่อน
  • Backlog: ตั้งเป้าหมายสะสมแตะระดับ 30,000 ล้านบาท ภายในครึ่งหลังของปี 2569
  • สถานะหนี้สิน: อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ลดลงเหลือ 0.43 เท่า สะท้อนการบริหารจัดการเงินกู้ยืมที่มีประสิทธิภาพ

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 6,246.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.9% YoY และมีกำไรสุทธิ 178.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 714.2% YoY สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่ที่ชนะประมูลมาตั้งแต่ปีก่อน

โอกาส

  • โครงการเฉพาะทาง: ความต้องการก่อสร้าง Data Center, คลังสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังคงขยายตัว
  • การกระจายความเสี่ยง: การขยายฐานการประมูลงานไปยังพื้นที่เกาะสมุยเพื่อลดการพึ่งพาตลาดภูเก็ตเพียงแห่งเดียว
  • นโยบายพลังงาน: โอกาสจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปและระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ที่บริษัทฯ มีความพร้อมให้บริการ

ความเสี่ยง

  • การแข่งขันด้านราคา: การเข้ามาของกลุ่มผู้รับเหมาส่วนกลางในพื้นที่เมืองตากอากาศกดดันมาร์จิน
  • ต้นทุนผันผวน: ราคาวัสดุก่อสร้างและพลังงานที่ยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
  • ความล่าช้าของภาครัฐ: โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่บางส่วนยังต้องใช้เวลาในกระบวนการอนุมัติ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความคืบหน้าการประมูลงานใหม่ให้ได้ตามเป้าหมาย 30,000 ล้านบาท
  2. การบริหารต้นทุนในโครงการหาดลายันให้เป็นไปตามสัญญาใหม่จนถึงกำหนดส่งมอบปี 2570
  3. ความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2024) ซึ่งจะมีผลต่อโอกาสในธุรกิจพลังงานทดแทน
  4. การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารท่ามกลางการขยายตัวของรายได้

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

บริษัทฯ เน้นกลยุทธ์การคัดเลือกโครงการที่มีความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเหมาะสม (Risk-Reward) โดยปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างประมูลมูลค่ากว่า 7,600 ล้านบาท สำหรับธุรกิจพลังงานทดแทน (บริษัทย่อย) แม้จะมีผลขาดทุนสุทธิ 10 ล้านบาท แต่กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินเป็นบวก 6 ล้านบาท สะท้อนว่าโครงการเริ่มสร้างรายได้ตามแผน

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 8,516.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาที่เพิ่มขึ้นตามงวดงานก่อสร้าง อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 8.49 เท่า

สรุปท้าย

CNT ผ่านช่วงเวลาแห่งการปรับฐานและเริ่มเก็บเกี่ยวรายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่ชนะประมูลมาตั้งแต่ปี 2568 ได้อย่างเป็นรูปธรรม การที่บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนและเคลมสิทธิเรียกร้องตามสัญญาได้สำเร็จ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ความท้าทายด้านการแข่งขันและต้นทุนวัสดุยังคงอยู่ แต่ด้วยกลยุทธ์การมุ่งเน้นงานเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญสูง ทำให้บริษัทฯ มีแนวโน้มรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ยังไม่มีความคิดเห็น