ALUCON เผยกำไร Q2/2569 แตะ 353.2 ล้านบาท รับอานิสงส์ยอดขายเหรียญอลูมิเนียมพุ่ง
รายได้จากการขายโตเด่น 11.4% YoY หนุนกำไรขั้นต้นพุ่งเกือบ 50% แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง
บริษัท อลูคอน จำกัด (มหาชน) หรือ ALUCON รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 2,100.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 353.2 ล้านบาท แม้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.6% YoY แต่ถือว่าเติบโตขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยปัจจัยบวกสำคัญมาจากการส่งออกเหรียญอลูมิเนียมที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางความผันผวนของราคาอลูมิเนียมในตลาดโลก
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของรอบนี้คือ การเติบโตของรายได้จากการส่งออกเหรียญอลูมิเนียมและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ได้เปรียบ
- หัวใจคืออะไร: ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรคือยอดขายเหรียญอลูมิเนียมที่พุ่งสูงขึ้นถึง 17.2% YoY และ 20.3% QoQ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ประกอบกับความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 20.7% จาก 15.4% ในไตรมาส 2/2568
- ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นผลมาจากการที่บริษัทใช้สต็อกวัตถุดิบ (อลูมิเนียมแท่ง) ที่จัดซื้อไว้ล่วงหน้าในระดับราคาเดิม ก่อนที่ราคาในตลาดโลก (LME) จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นไตรมาสที่ระดับเกินกว่า 3,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
- จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตาม เนื่องจากความได้เปรียบจากต้นทุนวัตถุดิบราคาเดิมเป็นปัจจัยชั่วคราวที่จะค่อยๆ หมดไปเมื่อสต็อกเดิมถูกใช้จนหมด ประกอบกับราคาอลูมิเนียมในตลาดโลกมีความผันผวนสูงและเริ่มปรับตัวลดลงในช่วงปลายไตรมาส นอกจากนี้ บริษัทยังต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการขาย: อยู่ที่ 2,006.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% YoY และ 10.5% QoQ
- กำไรขั้นต้น: ทำได้ 414.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 49.4% YoY สะท้อนประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารสต็อก
- เหรียญอลูมิเนียม: เป็นพระเอกหลักของรายได้ โดยมียอดขาย 1,142.2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 56.9% ของรายได้รวม
- กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน: รับรู้กำไรสุทธิ 21.7 ล้านบาท จากการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ (ส่วนใหญ่เป็นดอลลาร์สหรัฐ)
- กระแสเงินสด: ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 292.2 ล้านบาท ลดลงจากต้นปีเนื่องจากการจ่ายเงินปันผลและการลงทุนในสินทรัพย์
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2,100.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากภาคการส่งออกเหรียญอลูมิเนียม แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบในตลาดโลก แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ในระดับสูงที่ 20.7% ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 353.2 ล้านบาท
โอกาส
- การขยายตัวของตลาดส่งออกเหรียญอลูมิเนียมไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักที่มีการเติบโตสูง
- ความสามารถในการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
ความเสี่ยง
- ราคาวัตถุดิบ: ความผันผวนของราคาอลูมิเนียมแท่งในตลาด LME ที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
- ภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กดดันต้นทุนค่าขนส่งและราคาพลังงาน
- เศรษฐกิจโลก: ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นในหลายประเทศอาจกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาอลูมิเนียมในตลาดโลก (LME) ว่าจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องหรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในรอบถัดไปเมื่อสต็อกราคาเดิมหมดลง
- ผลกระทบจากค่าขนส่งที่อาจสูงขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
- ยอดคำสั่งซื้อ (Order Book) จากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และอินโดนีเซีย/ฟิลิปปินส์
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
บริษัทเน้นการส่งออกเป็นหลัก โดยรายได้จากการส่งออกเหรียญอลูมิเนียมเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 17.3% YoY อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกระป๋องและหลอดอลูมิเนียมในส่วนของการส่งออกไปยังอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ปรับตัวลดลง 10.1% QoQ สะท้อนถึงความผันผวนของความต้องการในแต่ละภูมิภาค
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,893.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากสิ้นปี 2568 โดยมีประเด็นสำคัญคือสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 533.8 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบ) และหนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้น 43.4% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
สรุปท้าย
ALUCON สามารถทำผลงานได้ดีในไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 353.2 ล้านบาท จากการส่งออกเหรียญอลูมิเนียมที่เติบโตแข็งแกร่งและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังเรื่องต้นทุนวัตถุดิบที่จะสะท้อนราคาตลาดโลกมากขึ้นในอนาคต รวมถึงความเสี่ยงจากค่าขนส่งที่ผันผวนตามสถานการณ์โลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาอัตรากำไรในไตรมาสถัดไป