GEL เผยผลประกอบการ Q2/2569 ขาดทุนสุทธิ 179 ล้านบาท รับผลกระทบอสังหาฯ ชะลอตัว
รายได้จากการขายลดลงกว่า 55% กดดันกำไรขั้นต้น ขณะที่บริษัทเร่งปรับโครงสร้างองค์กรและลดต้นทุนเพื่อรับมือสภาวะตลาด
บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GEL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีผลขาดทุนสุทธิ 179 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 162 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือ 297 ล้านบาท สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงฟื้นตัวช้าและมีการแข่งขันด้านราคาสูง ซึ่งบริษัทกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อลดการพึ่งพาธุรกิจที่อยู่อาศัยและมุ่งเน้นงานก่อสร้างอาคารโรงงานอุตสาหกรรมแทน
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ "การหดตัวของรายได้จากการขายในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์" ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ปริมาณขายลดลง: ความต้องการเสาเข็มและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปสำหรับโครงการที่อยู่อาศัยลดลงตามจำนวนโครงการเปิดตัวใหม่ที่น้อยลง
- แรงกดดันด้านราคา: การแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มผู้รับเหมาและผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับราคาขายต่อหน่วยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ต้นทุนคงที่: แม้บริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนด้วยการโอนค่าใช้จ่ายคงที่ของโรงงานที่ไม่ได้ผลิตเข้าเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร แต่ด้วยยอดขายที่ลดลงอย่างมาก (ลดลง 55.67% YoY) ทำให้การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้น 6 ล้านบาท
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงฟื้นตัวช้าและมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เริ่มปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยง เช่น การลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจบ้านจัดสรรแนวราบ และหันไปมุ่งเน้นงานก่อสร้างอาคารโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรในโครงการขนาดใหญ่ (Mega Projects) ซึ่งหากสามารถเปลี่ยนผ่านฐานรายได้ได้สำเร็จ อาจช่วยลดความผันผวนจากภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ในอนาคต
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการขายและบริการ: อยู่ที่ 297 ล้านบาท ลดลง 55.67% YoY จากสภาวะเศรษฐกิจและอสังหาฯ ชะลอตัว
- ผลขาดทุนสุทธิ: 179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การบริหารต้นทุน: มีการโอนค่าใช้จ่ายคงที่ของโรงงานที่ไม่ได้ผลิตไปเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร และปรับลดขนาดโครงสร้างพนักงานเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย
- ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก บมจ.แมคทริค จำนวน 1 ล้านบาท พลิกจากที่เคยขาดทุน 6 ล้านบาทในปีก่อน
- ฐานะการเงิน: หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย 0.49% จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมตามสัญญา
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังคงเผชิญความท้าทายจากรายได้ที่ลดลงอย่างมากตามสภาวะอุตสาหกรรม แม้บริษัทจะพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ลดลง 32.69% YoY แต่ด้วยรายได้ที่หดตัวรุนแรงทำให้ผลขาดทุนสุทธิยังคงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมค้าเป็นปัจจัยบวกเพียงเล็กน้อยในไตรมาสนี้
โอกาส
- การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (รถไฟรางคู่, มอเตอร์เวย์) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่บริษัทสามารถเข้าไปรับงานได้
- การขยายตลาดสู่โครงการอพาร์ตเมนต์ให้เช่ารูปแบบ Eco Apartment และการใช้ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (คาร์บอนต่ำ) เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด
ความเสี่ยง
- กำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอ่อนแอและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
- การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้างมาตรฐานที่ทดแทนกันได้ง่าย
- ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าแรงที่ยังอยู่ในระดับสูง
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความสำเร็จในการปรับสัดส่วนรายได้จากอสังหาฯ ไปสู่งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
- การควบคุมหนี้เสีย (NPL) ผ่านการคัดเลือกโครงการที่มีงบประมาณรองรับชัดเจน
- การรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในโครงการ Mega Projects
- การติดตามราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
บริษัทได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะความต้องการเสาเข็มสำหรับงานอาคารที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปและแผ่นพื้น ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การผลิตให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง และเน้นการผลิตเพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่แทนการเน้นปริมาณในตลาดทั่วไป
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,087 ล้านบาท ลดลง 4.27% จากสิ้นปี 2568 โดยมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 124 ล้านบาท และมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินจำนวน 247 ล้านบาท สะท้อนถึงการพยายามลดภาระหนี้สินท่ามกลางสภาวะธุรกิจที่ยากลำบาก
สรุปท้าย
GEL ยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยากลำบากจากผลกระทบของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว แม้จะมีการปรับโครงสร้างองค์กรและลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง แต่รายได้ที่ลดลงอย่างมากยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการคว้างานโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและโครงการภาครัฐ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะถัดไป