RICHY เผยผลงาน Q2/2569 ขาดทุนสุทธิลดลง 29% รับอานิสงส์รายได้ขายอสังหาฯ และธุรกิจเช่าเติบโต
รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.85% YoY หนุนโดยยอดโอนอาคารชุดและธุรกิจเช่า ขณะที่ฝ่ายจัดการยังคงเข้มงวดการบริหารต้นทุนท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว
บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวม 217.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 44.49 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้น 29.35% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการบริหารจัดการรายได้และต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนตัวและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงก็ตาม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจรอบนี้คือ การเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของบริษัทปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- รายได้จากการขายอาคารชุด: ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 46.35% (คิดเป็น 144.67 ล้านบาท) โดยมีโครงการหลักอย่าง "ริชพอยท์ แอท บีทีเอส วุฒากาศ" และ "เดอะริช พระราม 9 - ศรีนครินทร์" เป็นตัวหนุนสำคัญ ซึ่งบริษัทหันมาเน้นการขายผ่านตัวแทนมากขึ้นเพื่อชดเชยยอดขายผ่านช่องทางปกติที่ชะลอตัว
- ธุรกิจให้เช่าและบริการ: มีการเติบโตต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 14.65% (คิดเป็น 55.53 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
- แรงกดดันด้านต้นทุน: แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเล็กน้อยจากการขยายระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ตัวแทนขาย อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่รัดกุมช่วยให้ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวดีขึ้น
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
- ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตาม: แม้รายได้จากการโอนจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ แต่ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในภาวะชะลอตัวจากปัจจัยภายนอก ทั้งกำลังซื้อ อัตราดอกเบี้ย และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท ดังนั้นการเติบโตในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายสต็อกคงเหลือและการบริหารสภาพคล่องเป็นสำคัญ
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 217.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.85% YoY
- ผลขาดทุนสุทธิ: 44.49 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 29.35% YoY
- รายได้ขายอสังหาฯ: 148.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.16% YoY โดยเฉพาะกลุ่มอาคารชุดที่โตแรง 46.35%
- รายได้ค่าเช่าและบริการ: 55.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.65% YoY
- สถานะการเงิน: D/E Ratio อยู่ที่ 1.37 เท่า และ Interest-Bearing D/E อยู่ที่ 1.16 เท่า
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความพยายามในการปรับตัวของ RICHY ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย รายได้รวมที่เติบโตขึ้นจากการขายอาคารชุดและธุรกิจเช่าช่วยลดระดับผลขาดทุนลงได้ อย่างไรก็ตาม ภาระต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักที่บริษัทต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
โอกาส
- การขยายช่องทางการขายผ่านตัวแทนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าในภาวะที่การขายแบบเดิมทำได้ยากขึ้น
- การเติบโตของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการช่วยสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอมากขึ้น
ความเสี่ยง
- ภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัว
- ความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์
- ความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อต้นทุนและบรรยากาศการลงทุน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าการขายที่ดินของ "บริษัท สุขุมวิท โกลด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด" เพื่อนำเงินมาชำระคืนเงินกู้ยืมกรรมการ
- ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้หุ้นกู้
- ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอาคารชุดที่เหลืออยู่ว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับรายได้ที่เกิดขึ้นจริง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่มอสังหาริมทรัพย์)
บริษัทเน้นการรับรู้รายได้จากอาคารชุดเป็นหลัก (144.67 ล้านบาท) ในขณะที่รายได้จากทาวน์โฮมปรับตัวลดลงอย่างมากถึง 84.54% เหลือเพียง 3.82 ล้านบาท สะท้อนถึงการปรับพอร์ตโฟลิโอหรือความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป โดยบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าเช่าอยู่ที่ 122.34 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้รวมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนโครงการที่ดีขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ที่ 1.37 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing D/E) ที่ 1.16 เท่า ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจเพื่อรักษาสภาพคล่องไว้
สรุปท้าย
RICHY ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่ช่วยลดผลขาดทุนลงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้านจากปัจจัยมหภาคและภาระหนี้สินที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความคืบหน้าการชำระคืนเงินกู้ยืมกรรมการและการบริหารสภาพคล่องในระยะยาวท่ามกลางตลาดอสังหาฯ ที่ยังไม่สดใสนัก