THANA เผยผลงานครึ่งปีแรก 2569 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท รับผลกระทบรายได้ขายอสังหาฯ ชะลอตัว
รายได้จากการขายอสังหาฯ ลดลงกดดันผลประกอบการ ขณะที่บริษัทเดินหน้าเปิดโครงการใหม่และคุมเข้มต้นทุนต่อเนื่อง
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA รายงานผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยมีรายได้รวม 151.6 ล้านบาท ลดลง 39.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 24.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 7.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและเปิดโครงการใหม่เพื่อสร้างโอกาสในอนาคต แต่ภาวะตลาดที่ยังคงมีความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมกำไรในงวดนี้
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญคือการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยในครึ่งปีแรกของปี 2569 รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 114.1 ล้านบาท ลดลงถึง 101.1 ล้านบาท หรือ 47.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
สาเหตุหลักเกิดจากกลยุทธ์การระบายสินค้าพร้อมขาย (Inventory) ผ่านการลดราคาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดโอน ทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหลังลดลงประมาณ 0.7 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีการโอนบ้านในระดับราคา 15-20 ล้านบาทเข้ามาช่วยหนุนรายได้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ยังคงอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับปีก่อน (51.5 ล้านบาท) ในขณะที่รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้พุ่งสูงขึ้นและกดดันกำไรสุทธิ แม้ว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ได้ที่ 25.0% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน (25.4%) ผ่านการบริหารต้นทุนโครงการอย่างเข้มงวดก็ตาม
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็นแรงกดดันที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการระบายสินค้าพร้อมขายที่ต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคา อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการเปิดโครงการใหม่ "ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์ – เวสต์วิลล์" ในไตรมาส 2/2569 เพื่อสร้างรายได้ใหม่เข้ามาทดแทน รวมถึงการเพิ่มบริการ Homey+ เพื่อสร้างรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ ความต่อเนื่องของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเร่งยอดขายโครงการใหม่และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 151.6 ล้านบาท ลดลง 39.8% YoY จากรายได้ขายอสังหาฯ ที่ลดลง
- ผลขาดทุนสุทธิ: 24.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7.9 ล้านบาทในปีก่อน
- อัตรากำไรขั้นต้น: รักษาไว้ได้ที่ 25.0% สะท้อนประสิทธิภาพการคุมต้นทุนก่อสร้าง
- กลยุทธ์การขาย: เน้นระบายบ้านพร้อมโอนด้วยกลยุทธ์ลดราคา ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง 0.7 ล้านบาท
- การลงทุน: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 18% จากการลงทุนพัฒนาโครงการธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์ - เวสต์วิลล์
- กระแสเงินสด: มีเงินสดปลายงวด 93.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.4 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 151.6 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายอสังหาฯ คิดเป็น 75.3% ของรายได้รวม แม้รายได้จากการให้บริการจะมีความสม่ำเสมอที่ 34.1 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้หลัก ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 30.4 ล้านบาท
โอกาส
- การเปิดโครงการใหม่ "ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์ – เวสต์วิลล์" ช่วยเพิ่มสินค้าใหม่ในพอร์ตโฟลิโอ
- การขยายธุรกิจบริการ Homey+ เพื่อสร้างรายได้ประจำและตอบโจทย์การดูแลลูกบ้านครบวงจร
- ต้นทุนทางการเงินลดลง 2.2 ล้านบาท จากการบริหารโครงสร้างเงินทุนและการชำระคืนเงินกู้ยืม
ความเสี่ยง
- ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อระบายสต็อก ซึ่งกระทบต่อรายได้รวม
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง
- การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือจากการลงทุนโครงการใหม่ อาจกดดันกระแสเงินสดในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความสามารถในการทำกำไรของโครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้สอดคล้องกับรายได้ที่ผันผวน
- ความสำเร็จในการระบายสินค้าพร้อมขาย (Inventory) ที่เหลืออยู่
- การเติบโตของรายได้จากธุรกิจบริการ (Homey+) ว่าจะสามารถเป็นรายได้หลักที่มั่นคงได้เพียงใด
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
บริษัทเน้นกลยุทธ์ระบายบ้านพร้อมขายผ่านนโยบายลดราคา ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง 0.7 ล้านบาท เนื่องจากขาดการโอนโครงการระดับบน (15-20 ล้านบาท) ในขณะที่ต้นทุนขายอสังหาฯ ลดลงสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ทำให้ GPM ยังคงแข็งแกร่งที่ 25% ด้านโครงการร่วมค้ายังคงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิ 3.2 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,354 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ หนี้สินเพิ่มขึ้นจากการได้รับเงินมัดจำค่าที่ดิน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการสำคัญในกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 58.7 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับการขายและส่งมอบบ้าน
สรุปท้าย
THANA เผชิญความท้าทายจากรายได้ขายอสังหาฯ ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในครึ่งปีแรก 2569 ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท แม้จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ยังสูงเป็นปัจจัยกดดันหลัก ทั้งนี้ การเปิดโครงการใหม่และกลยุทธ์การบริการลูกบ้านจะเป็นตัวแปรสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะถัดไป โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของยอดโอนจากโครงการใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด