เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THANA เผยผลงานครึ่งปีแรก 2569 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท รับผลกระทบรายได้ขายอสังหาฯ ชะลอตัว
ข่าวสาร

THANA เผยผลงานครึ่งปีแรก 2569 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท รับผลกระทบรายได้ขายอสังหาฯ ชะลอตัว

THANA P/E -100.00 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 18:38 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการขายอสังหาฯ ลดลงกดดันผลประกอบการ ขณะที่บริษัทเดินหน้าเปิดโครงการใหม่และคุมเข้มต้นทุนต่อเนื่อง

บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA รายงานผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยมีรายได้รวม 151.6 ล้านบาท ลดลง 39.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 24.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 7.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและเปิดโครงการใหม่เพื่อสร้างโอกาสในอนาคต แต่ภาวะตลาดที่ยังคงมีความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมกำไรในงวดนี้

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญคือการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยในครึ่งปีแรกของปี 2569 รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 114.1 ล้านบาท ลดลงถึง 101.1 ล้านบาท หรือ 47.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

สาเหตุหลักเกิดจากกลยุทธ์การระบายสินค้าพร้อมขาย (Inventory) ผ่านการลดราคาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดโอน ทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหลังลดลงประมาณ 0.7 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีการโอนบ้านในระดับราคา 15-20 ล้านบาทเข้ามาช่วยหนุนรายได้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ยังคงอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับปีก่อน (51.5 ล้านบาท) ในขณะที่รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้พุ่งสูงขึ้นและกดดันกำไรสุทธิ แม้ว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ได้ที่ 25.0% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน (25.4%) ผ่านการบริหารต้นทุนโครงการอย่างเข้มงวดก็ตาม

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็นแรงกดดันที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการระบายสินค้าพร้อมขายที่ต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคา อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการเปิดโครงการใหม่ "ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์ – เวสต์วิลล์" ในไตรมาส 2/2569 เพื่อสร้างรายได้ใหม่เข้ามาทดแทน รวมถึงการเพิ่มบริการ Homey+ เพื่อสร้างรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ ความต่อเนื่องของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเร่งยอดขายโครงการใหม่และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม: 151.6 ล้านบาท ลดลง 39.8% YoY จากรายได้ขายอสังหาฯ ที่ลดลง
  • ผลขาดทุนสุทธิ: 24.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7.9 ล้านบาทในปีก่อน
  • อัตรากำไรขั้นต้น: รักษาไว้ได้ที่ 25.0% สะท้อนประสิทธิภาพการคุมต้นทุนก่อสร้าง
  • กลยุทธ์การขาย: เน้นระบายบ้านพร้อมโอนด้วยกลยุทธ์ลดราคา ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง 0.7 ล้านบาท
  • การลงทุน: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 18% จากการลงทุนพัฒนาโครงการธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์ - เวสต์วิลล์
  • กระแสเงินสด: มีเงินสดปลายงวด 93.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.4 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ภาพรวมผลประกอบการ

รายได้รวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 151.6 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายอสังหาฯ คิดเป็น 75.3% ของรายได้รวม แม้รายได้จากการให้บริการจะมีความสม่ำเสมอที่ 34.1 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้หลัก ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 30.4 ล้านบาท

โอกาส

  • การเปิดโครงการใหม่ "ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์ – เวสต์วิลล์" ช่วยเพิ่มสินค้าใหม่ในพอร์ตโฟลิโอ
  • การขยายธุรกิจบริการ Homey+ เพื่อสร้างรายได้ประจำและตอบโจทย์การดูแลลูกบ้านครบวงจร
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง 2.2 ล้านบาท จากการบริหารโครงสร้างเงินทุนและการชำระคืนเงินกู้ยืม

ความเสี่ยง

  • ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อระบายสต็อก ซึ่งกระทบต่อรายได้รวม
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง
  • การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือจากการลงทุนโครงการใหม่ อาจกดดันกระแสเงินสดในระยะสั้น

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความสามารถในการทำกำไรของโครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว
  2. การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้สอดคล้องกับรายได้ที่ผันผวน
  3. ความสำเร็จในการระบายสินค้าพร้อมขาย (Inventory) ที่เหลืออยู่
  4. การเติบโตของรายได้จากธุรกิจบริการ (Homey+) ว่าจะสามารถเป็นรายได้หลักที่มั่นคงได้เพียงใด

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

บริษัทเน้นกลยุทธ์ระบายบ้านพร้อมขายผ่านนโยบายลดราคา ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง 0.7 ล้านบาท เนื่องจากขาดการโอนโครงการระดับบน (15-20 ล้านบาท) ในขณะที่ต้นทุนขายอสังหาฯ ลดลงสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ทำให้ GPM ยังคงแข็งแกร่งที่ 25% ด้านโครงการร่วมค้ายังคงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิ 3.2 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,354 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ หนี้สินเพิ่มขึ้นจากการได้รับเงินมัดจำค่าที่ดิน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการสำคัญในกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 58.7 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับการขายและส่งมอบบ้าน

สรุปท้าย

THANA เผชิญความท้าทายจากรายได้ขายอสังหาฯ ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในครึ่งปีแรก 2569 ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท แม้จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ยังสูงเป็นปัจจัยกดดันหลัก ทั้งนี้ การเปิดโครงการใหม่และกลยุทธ์การบริการลูกบ้านจะเป็นตัวแปรสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะถัดไป โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของยอดโอนจากโครงการใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น