FNS ขาดทุนสุทธิ Q2/2569 เพิ่มขึ้นแตะ 232.80 ล้านบาท กดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วม
รายได้ธุรกิจสุขภาพเติบโตโดดเด่น 68% แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยผลขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่พุ่งสูงขึ้น
บริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ FNS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 232.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 112.71 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะปรับตัวดีขึ้น 10% มาอยู่ที่ 112.20 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายตัวของธุรกิจบริการด้านสุขภาพ แต่บริษัทได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งผลประกอบการโดยรวมในไตรมาสนี้
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญคือผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนของบริษัทร่วม (MK) และการขาดหายไปของกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน ซึ่งกลบการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักด้านสุขภาพไปอย่างสิ้นเชิง
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม: บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK) สูงถึง 136.42 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 เทียบกับ 12.85 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของบริษัทร่วมดังกล่าว
- การขาดหายไปของรายการพิเศษ: ในไตรมาส 2/2568 บริษัทเคยมีกำไรสุทธิจากเงินลงทุน 16.99 ล้านบาท แต่ในไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าว ทำให้ขาดรายได้ส่วนนี้ไป
- การเติบโตของธุรกิจสุขภาพ: รายได้จากการให้บริการด้านสุขภาพ (RAKxa) เติบโตแข็งแกร่งถึง 68% (YoY) เป็น 85.19 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานยังคงอยู่ในระดับติดลบ
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมถือเป็นปัจจัยที่ "ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด" เนื่องจากขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของ MK โดยตรง ในขณะที่ธุรกิจสุขภาพมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 112.20 ล้านบาท (+10% YoY) โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจสุขภาพที่โต 68%
- ผลขาดทุนสุทธิ: 232.80 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 107% YoY)
- ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 36% เหลือ 18.13 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม
- ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วม: พุ่งสูงขึ้นเป็น 136.42 ล้านบาท (จาก 12.85 ล้านบาทในปีก่อน)
- ฐานะการเงิน: ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 25% จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 890.70 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสะสม
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังคงอยู่ในภาวะขาดทุน โดยรายได้รวมปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจสุขภาพ แต่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 10% ตามการขยายตัวของธุรกิจหลัก ประกอบกับภาระส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ขาดทุนสุทธิขยายตัวเป็น 232.80 ล้านบาท
โอกาส
- ธุรกิจสุขภาพ (RAKxa): มีการเติบโตของรายได้ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทมุ่งเน้น
- การบริหารจัดการหนี้: ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างต่อเนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืม ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต
ความเสี่ยง
- ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม (MK): เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไร/ขาดทุนของ FNS
- ความสามารถในการทำกำไร: ธุรกิจสุขภาพยังคงมีต้นทุนการดำเนินงานสูง ทำให้ภาพรวมกำไรจากการดำเนินงานยังติดลบ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ทิศทางผลการดำเนินงานของ MK ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่
- ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจสุขภาพ (RAKxa) ว่าจะถึงจุดคุ้มทุนเมื่อใด
- การบริหารจัดการสภาพคล่องและหนี้สิน เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างรวดเร็ว
- แผนการขายเงินลงทุนในอดีตที่รอการขาย เพื่อนำเงินมาสนับสนุนธุรกิจสุขภาพ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน/โฮลดิ้ง)
บริษัทดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยเน้นธุรกิจสุขภาพเป็นหลัก (RAKxa) และถือหุ้นใน MK (36.8%) ซึ่งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ โครงสร้างรายได้ของ FNS พึ่งพาธุรกิจสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ แต่โครงสร้างกำไรยังคงถูกกดดันจากผลขาดทุนของบริษัทร่วมอย่างหนัก
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,261.14 ล้านบาท ลดลง 11% จากสิ้นปี 2568 หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,370.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 1.54 เท่า จาก 1.14 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนถึงความเสี่ยงทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนที่กัดกินส่วนของผู้ถือหุ้น
สรุปท้าย
FNS ในไตรมาส 2/2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากผลขาดทุนของบริษัทร่วมที่ฉุดรั้งผลประกอบการ แม้ธุรกิจหลักด้านสุขภาพจะมีการเติบโตที่น่าสนใจ แต่ยังไม่สามารถสร้างกำไรมาชดเชยส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมได้ นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการพลิกฟื้นของบริษัทร่วมและประสิทธิภาพการทำกำไรของธุรกิจสุขภาพในระยะถัดไปอย่างใกล้ชิด