TRU เผยกำไร Q2/2569 หดตัว 18% รับผลกระทบยอดผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ลดลงจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า
รายได้รวมปรับตัวลดลงเล็กน้อยตามอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ชะลอตัว ขณะที่บริษัทเร่งปรับพอร์ตรับคำสั่งซื้อใหม่เพื่อชดเชยรายได้กลุ่มชิ้นส่วนเดิม
บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRU รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 65 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ท่ามกลางภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่เผชิญความท้าทายจากการส่งออกที่ลดลงและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แบบดั้งเดิมของบริษัท
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ "การปรับตัวของโครงสร้างรายได้" โดยรายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนยานยนต์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 17% (เหลือ 246 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการที่ผู้บริโภคหันไปนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์สันดาปในประเทศชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ผลกระทบจากโครงสร้างอุตสาหกรรม: การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปเข้ามาจำหน่ายในประเทศแทนการผลิตในประเทศ ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทยโดยตรง ทำให้ยอดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์แบบเดิม (Conventional Parts) ของ TRU ปรับตัวลดลง
- การชดเชยด้วยคำสั่งซื้อใหม่: แม้รายได้หลักจะลดลง แต่บริษัทสามารถทำรายได้จากการรับจ้างประกอบและงานอื่นๆ ได้ 210 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33% จากการที่ลูกค้าเดิมเพิ่มกำลังการผลิตและมีลูกค้าใหม่เข้ามาเสริม รวมถึงเริ่มมีการส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยพยุงรายได้รวมไม่ให้ลดลงรุนแรงกว่านี้
- ปัจจัยกดดันเพิ่มเติม: ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงถึง 74% เนื่องจากบริษัทร่วมทุนได้รับผลกระทบจากภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัวเช่นเดียวกัน
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 ลงเหลือ 1.45 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเริ่มมีคำสั่งซื้อใหม่และการส่งออกเข้ามาเสริมถือเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเพียงใดในไตรมาสถัดไปเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากกลุ่มรถยนต์สันดาป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 65 ล้านบาท ลดลง 14 ล้านบาท หรือ 18% YoY
- รายได้รวม: อยู่ที่ 505 ล้านบาท ลดลง 1% YoY โดยรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนลดลง 17% แต่รายได้จากการรับจ้างประกอบเพิ่มขึ้น 33%
- ต้นทุนการผลิต: สัดส่วนต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 85% ของรายได้ ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 86% ในปีก่อน สะท้อนถึงการควบคุมประสิทธิภาพการผลิต
- ฐานะการเงิน: บริษัทมีหนี้สินรวม 578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56 ล้านบาท จากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมรองรับงานในไตรมาสถัดไป
- การจ่ายปันผล: มีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น 164 ล้านบาท ส่งผลให้สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อย
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 505 ล้านบาท ลดลง 1% YoY โดยการลดลงของรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (ลดลง 51 ล้านบาท) ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการรับจ้างประกอบที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 52 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ลดลงสะท้อนถึงแรงกดดันจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
โอกาส
- การขยายฐานลูกค้าใหม่และการเริ่มส่งออกงานรับจ้างประกอบไปยังต่างประเทศ
- การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
- การปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานความยั่งยืน (ESG) ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ความเสี่ยง
- การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลดความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ
- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อภาคการส่งออก
- ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินที่กระทบต่อยอดขายรถยนต์ในประเทศ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การเติบโตของรายได้จากลูกค้าใหม่: ว่าจะสามารถชดเชยรายได้จากชิ้นส่วนยานยนต์เดิมได้มากน้อยเพียงใด
- เป้าหมายการผลิตรถยนต์ของไทย: การปรับลดเป้าหมายการผลิตของ ส.อ.ท. จะส่งผลต่อปริมาณงานในมือ (Order Book) ของบริษัทอย่างไร
- ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม: จะสามารถฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมได้หรือไม่
- ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในไตรมาสถัดไป
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
บริษัทเน้นการบริหารจัดการ Utilization ของเครื่องจักรผ่านการรับจ้างประกอบที่เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนงานผลิตชิ้นส่วนที่ลดลง โดยสัดส่วนรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนลดลงเหลือ 49% ของรายได้รวม ในขณะที่รายได้จากการรับจ้างประกอบขยับขึ้นมาเป็น 42% สะท้อนถึงการปรับตัวของโมเดลธุรกิจที่พยายามลดการพึ่งพางานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,496 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่จากการจ่ายเงินปันผล 164 ล้านบาท หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 578 ล้านบาท จากการเตรียมวัตถุดิบรองรับงานในอนาคต บริษัทไม่มีความเสี่ยงทางการเงินและยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้สินหมุนเวียนได้ดี
สรุปท้าย
TRU กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากการหดตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปในประเทศ แม้กำไรไตรมาส 2/2569 จะปรับตัวลดลง แต่การเติบโตของธุรกิจรับจ้างประกอบเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตา หากบริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มสัดส่วนการส่งออกได้สำเร็จ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้ามาแทนที่