SUC กำไรไตรมาส 2/2569 หดตัว 63% รับผลกระทบส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าลดลง
รายได้ธุรกิจการค้าชะลอตัวจากปัญหาขาดแคลนสินค้า ขณะที่กลุ่มพลาสติก-ยาง-โลหะโชว์ฟอร์มแกร่งคุมต้นทุนหนุนกำไรขั้นต้นพุ่ง
บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) หรือ SUC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 345 ล้านบาท ลดลง 591 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 63 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และรายได้จากการขายที่ชะลอตัวในกลุ่มธุรกิจการค้าเนื่องจากปัญหาขาดแคลนสินค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจรอบนี้คือ "การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า" และ "รายได้ธุรกิจการค้าที่ชะลอตัว"
หัวใจคืออะไร: กำไรสุทธิที่ลดลง 591 ล้านบาท (YoY) มีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัย คือ (1) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าลดลง 540 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 2/2568 มีการรับรู้กำไรพิเศษจากการชำระบัญชีและการคืนทุนของการร่วมค้าในต่างประเทศ (Zhejiang Saha-Union Feilun Thread Industries Co., Ltd.) และ (2) รายได้จากการขายและบริการลดลง 276 ล้านบาท หรือ 14% จากกลุ่มธุรกิจการค้าที่ประสบปัญหาขาดแคลนสินค้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ในฝั่งรายได้ กลุ่มธุรกิจการค้าต้องชะลอการส่งมอบสินค้าเนื่องจากปัญหา Supply Chain ขาดแคลน อย่างไรก็ตาม ในเชิงมาร์จิน บริษัททำได้ดีมาก โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.83% จาก 10.13% ในปีก่อนหน้า เป็นผลจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตในกลุ่มธุรกิจพลาสติก ยาง และโลหะ รวมถึงการนำพลังงานทางเลือกมาใช้และการลดของเสีย ทำให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 83 ล้านบาท แม้รายได้จะลดลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในต่างประเทศ 22 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 67 ล้านบาท
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีลักษณะเป็นรายการครั้งคราวและปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าเป็นผลจากรายการพิเศษในปีที่แล้ว ส่วนปัญหาขาดแคลนสินค้าในกลุ่มธุรกิจการค้าเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ Supply Chain โลก อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการบริหารต้นทุน (GPM ที่เพิ่มขึ้น) เป็นสิ่งที่บริษัทพยายามรักษาไว้ต่อเนื่องผ่านการปรับปรุงกระบวนการทำงานและการใช้พลังงานทางเลือก
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: 345 ล้านบาท ลดลง 63% YoY (ไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 936 ล้านบาท)
- รายได้จากการขายและบริการ: 1,658 ล้านบาท ลดลง 14% YoY จากปัญหาขาดแคลนสินค้าในกลุ่มคอมพิวเตอร์
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนมาอยู่ที่ 16.83% จาก 10.13% ในปีก่อนหน้า
- ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า: ลดลง 540 ล้านบาท เนื่องจากฐานปีก่อนสูงจากรายการพิเศษการชำระบัญชีร่วมค้าต่างประเทศ
- สถานะการเงิน: แข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ต่ำเพียง 0.09 เท่า
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงตามยอดขายกลุ่มธุรกิจการค้าที่ติดขัดด้านการจัดหาสินค้า แต่บริษัทสามารถชดเชยด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในกลุ่มพลาสติก ยาง และโลหะ ทำให้กำไรขั้นต้นในเชิงมูลค่าปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมได้รับผลกระทบจากรายการส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าที่ลดลงและขาดทุนจากการวัดมูลค่าเงินลงทุน
โอกาส
การปรับปรุงกระบวนการผลิตและการนำพลังงานทางเลือกมาใช้ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว นอกจากนี้ โครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง (D/E 0.09 เท่า) ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาด
ความเสี่ยง
ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อกำไรจากเงินลงทุน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนสินค้าในกลุ่มธุรกิจการค้า
- ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้คงอยู่ในระดับสูง
- ความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน
- แผนการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ของบริษัทย่อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
กลุ่มธุรกิจพลาสติก ยาง และโลหะ เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการรักษามาร์จินผ่านการลดต้นทุนผันแปรและการลดของเสีย ในขณะที่กลุ่มธุรกิจการค้าได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์สินค้าขาดแคลน ทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่บริษัทมีการบริหารจัดการลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลืออย่างรัดกุม โดยมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยประมาณ 50 วัน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทมีสภาพคล่องสูงมาก โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 180 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 274 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างเงินสดที่แข็งแกร่ง แม้จะมีรายจ่ายลงทุน (CAPEX) ในการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์รวม 306 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
สรุปท้าย
ผลประกอบการ SUC ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งรายการพิเศษจากการร่วมค้าที่ลดลงและปัญหา Supply Chain ในธุรกิจการค้า อย่างไรก็ตาม จุดแข็งที่สำคัญคือการบริหารต้นทุนการผลิตที่ทำได้ดีขึ้นมากจนหนุนกำไรขั้นต้นให้เติบโต สวนทางกับรายได้ที่ลดลง แสดงถึงความยืดหยุ่นของบริษัทในการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี