ROJNA พลิกกำไรสุทธิ Q2/2569 แตะ 637.71 ล้านบาท รับอานิสงส์กำไรจากมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน
รายได้หลักจากอสังหาฯ และไฟฟ้าชะลอตัว แต่ธุรกิจบริการและกำไรจากพอร์ตลงทุนหนุนผลงานฟื้นตัวโดดเด่น
บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ที่ 637.71 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 384.71 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และไฟฟ้าจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากการบันทึกกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้ภาพรวมกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ออกมาเป็นบวก
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของกำไรในรอบนี้คือ "กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน" ซึ่งบริษัทบันทึกกำไรในส่วนนี้สูงถึง 281.07 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บันทึกขาดทุนถึง 1,116.81 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการหลักที่พลิกสถานการณ์จากขาดทุนสุทธิให้กลับมาเป็นกำไร
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- รายการพิเศษจากพอร์ตลงทุน: กำไรดังกล่าวเกิดจากการจัดประเภทเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายที่เป็นหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด โดยแสดงตามมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ซึ่งความผันผวนของราคาตลาดในสินทรัพย์เหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุน
- แรงกดดันจากธุรกิจหลัก: รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงถึง 78.88% YoY เนื่องจากลูกค้ายังไม่ถึงกำหนดชำระเงินงวดสุดท้ายและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 14.47% YoY เนื่องจากการสิ้นสุดสัญญาของโครงการ SPP 1 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568
- การเติบโตของธุรกิจบริการ: รายได้ค่าบริการและค่าเช่า (น้ำอุตสาหกรรม, บำบัดน้ำเสีย, ค่าบริการส่วนกลาง) เติบโต 29.67% YoY จากการปรับราคาค่าน้ำและปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างโรงงานใหม่
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
กำไรจากสินทรัพย์ทางการเงินมีลักษณะเป็น "รายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาด" จึงไม่สามารถคาดการณ์ความต่อเนื่องได้ชัดเจนและมีลักษณะเป็นครั้งคราว ส่วนรายได้จากธุรกิจหลัก (อสังหาฯ และไฟฟ้า) ยังคงต้องติดตามการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในไตรมาสถัดไป รวมถึงผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งกดดันมาร์จินของธุรกิจไฟฟ้า
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: พลิกเป็นกำไร 637.71 ล้านบาท (จากขาดทุน 384.71 ล้านบาท ใน Q2/2568)
- รายได้อสังหาฯ: ลดลง 78.88% YoY เหลือ 275.67 ล้านบาท เนื่องจากจังหวะการโอนกรรมสิทธิ์
- รายได้ไฟฟ้า: ลดลง 14.47% YoY เหลือ 2,386.99 ล้านบาท ผลจากโครงการ SPP 1 หมดสัญญา
- ธุรกิจบริการ: เติบโตแข็งแกร่ง 29.67% YoY เป็น 299.13 ล้านบาท
- ต้นทุนไฟฟ้า: ลดลง 7.68% YoY แต่เผชิญแรงกดดันจากราคาแก๊สที่เพิ่มสูงขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวมลดลงจากธุรกิจหลัก แต่กำไรสุทธิรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากการบันทึกกำไรจากมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรก่อนขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินและภาษีเงินได้ จะพบว่าอยู่ที่ 331.11 ล้านบาท ลดลง 55.73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความท้าทายในการดำเนินงานปกติ
โอกาส
- การขยายตัวของฐานลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลบวกโดยตรงต่อรายได้ค่าบริการและค่าเช่า (น้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสีย)
- การปรับราคาค่าน้ำช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในบางส่วน
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาแก๊ส: ต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรของธุรกิจไฟฟ้า
- ความไม่แน่นอนของรายได้อสังหาฯ: ขึ้นอยู่กับจังหวะการโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้า ซึ่งอาจมีความล่าช้า
- ความผันผวนของพอร์ตลงทุน: กำไร/ขาดทุนจากสินทรัพย์ทางการเงินมีความไม่แน่นอนสูงตามสภาวะตลาดทุน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ปริมาณการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในครึ่งปีหลังว่าจะสามารถเร่งตัวขึ้นได้หรือไม่
- แนวโน้มราคาแก๊สธรรมชาติที่จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
- การบริหารจัดการต้นทุนบริการและค่าเช่า หลังมีการปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- ความผันผวนของกำไรจากสินทรัพย์ทางการเงินในไตรมาสถัดไป
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- อสังหาริมทรัพย์: รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากลูกค้ายังไม่ถึงกำหนดชำระเงินงวดสุดท้าย ต้นทุนขายลดลงสอดคล้องกับรายได้และโครงการที่มีต้นทุนที่ดินต่ำ
- ธุรกิจไฟฟ้า: รายได้ลดลงจากการหมดสัญญาของโครงการ SPP 1 แม้ต้นทุนขายจะลดลงแต่ถูกกดดันจากราคาแก๊สที่เพิ่มสูงขึ้น
- ธุรกิจบริการ: เป็นส่วนงานที่เติบโตได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าในนิคมฯ และการปรับราคาค่าน้ำ
สรุปท้าย
ผลการดำเนินงานของ ROJNA ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนภาพการพึ่งพา "กำไรจากสินทรัพย์ทางการเงิน" เพื่อประคองกำไรสุทธิ ในขณะที่ธุรกิจหลักอย่างการขายที่ดินและไฟฟ้าอยู่ในช่วงชะลอตัวและปรับฐาน แม้ธุรกิจบริการจะเติบโตได้ดี แต่ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่การเร่งโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานในสภาวะที่ราคาแก๊สมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรแยกแยะระหว่างกำไรจากการดำเนินงานปกติและกำไรจากรายการพิเศษเพื่อประเมินศักยภาพที่แท้จริงของบริษัทในระยะยาว