PEER เผยผลงาน Q2/2569 ขาดทุนลดลง 47% รับอานิสงส์รายได้ขายสินค้าโตเด่น
รายได้ธุรกิจขายสินค้าหนุนภาพรวมโตสวนทางธุรกิจ Contact Center ที่สัญญาหมดอายุ พร้อมเดินหน้าบังคับคดีเรียกคืนหนี้ค่าหุ้น
บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ PEER รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวม 115.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้บริษัทจะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 51.2 ล้านบาท แต่ถือเป็นการขาดทุนที่ลดลงถึง 45.7 ล้านบาท หรือ 47.2% จากปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจขายสินค้าผ่านช่องทางดิจิทัลทีวีและออนไลน์ที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่ธุรกิจ Contact Center ปรับตัวลดลงตามสัญญาที่สิ้นสุดลง โดยบริษัทกำลังมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและติดตามการบังคับคดีเพื่อเรียกคืนหนี้ค่าหุ้นคงค้าง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจรอบนี้คือ การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าผ่านสื่อดิจิทัลและออนไลน์ที่ชดเชยการลดลงของธุรกิจ Contact Center ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงและการลดลงของผลขาดทุนจากการด้อยค่าของค่าความนิยม
- กลไกการเปลี่ยนแปลง: รายได้จากการขายสินค้าในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 81.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและเพิ่มเวลาออกอากาศ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 40.7 ล้านบาท (GPM 35.4%) ในขณะที่ธุรกิจ Contact Center มีรายได้ลดลง 20.7% เหลือ 34.0 ล้านบาท เนื่องจากสัญญาบางส่วนหมดอายุลง นอกจากนี้ บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลงได้ 5.3 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างองค์กรและลดจำนวนพนักงาน
- รายการพิเศษและผลกระทบ: ผลประกอบการไตรมาสนี้ยังได้รับแรงกดดันจากรายการทางบัญชี ได้แก่ ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 34.1 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 2.1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีก่อนที่บริษัทมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าของค่าความนิยมสูงถึง 61.0 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
- ความต่อเนื่อง: การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้ามีแนวโน้มต่อเนื่องจากการขยายช่องทางและเวลาออกอากาศ แต่ในส่วนของธุรกิจ Contact Center ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเนื่องจากสัญญาที่หมดอายุลง ส่วนกำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินถือเป็นรายการที่มีความผันผวนตามสภาวะตลาดและลักษณะเฉพาะของสินทรัพย์นั้นๆ จึงถือเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นรายไตรมาส
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 115.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% YoY
- ขาดทุนสุทธิ: 51.2 ล้านบาท ลดลง 47.2% YoY
- ธุรกิจขายสินค้า: รายได้ 81.0 ล้านบาท เติบโตจากการเพิ่มเวลาออกอากาศและขยายช่องทาง
- ธุรกิจ Contact Center: รายได้ 34.0 ล้านบาท ลดลง 20.7% จากสัญญาที่หมดอายุ
- การบริหารต้นทุน: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.3 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างองค์กร
- ความคืบหน้าคดีความ: ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระเงินต้นรวมกว่า 129 ล้านบาท (63.18 ล้านบาท และ 65.81 ล้านบาท) พร้อมดอกเบี้ย 5% ต่อปี
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวม 115.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% YoY โดยรายได้จากการขายสินค้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ในขณะที่ธุรกิจ Contact Center ชะลอตัวลงตามสัญญาที่หมดอายุ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 51.2 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โอกาส
- การขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลทีวีและออนไลน์ที่ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต
- การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไร
- โอกาสได้รับชำระหนี้คืนจากการบังคับคดีลูกหนี้ค่าหุ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและฐานะทางการเงิน
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินที่ส่งผลกระทบต่อกำไร/ขาดทุนสุทธิ
- การพึ่งพาสัญญาในธุรกิจ Contact Center ที่มีความเสี่ยงจากการหมดอายุของสัญญา
- ความไม่แน่นอนในการบังคับคดีเพื่อเรียกคืนหนี้ค่าหุ้น แม้ศาลจะมีคำพิพากษาแล้ว
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าและระยะเวลาในการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินจากลูกหนี้ทั้งสองราย
- การรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในธุรกิจขายสินค้าให้คงที่หรือเติบโตขึ้น
- การหาโครงการหรือสัญญาใหม่ในธุรกิจ Contact Center เพื่อทดแทนสัญญาที่หมดอายุ
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารภายหลังการปรับโครงสร้างองค์กร
- ความผันผวนของรายการกำไร/ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- ธุรกิจ Contact Center: รายได้ลดลงเหลือ 34.0 ล้านบาท (-20.7% YoY) สะท้อนถึงความท้าทายในการหาโครงการใหม่ทดแทนสัญญาเดิม
- ธุรกิจขายสินค้า: รายได้ 81.0 ล้านบาท เติบโตจากการเพิ่มเวลาออกอากาศผ่านสื่อดิจิทัลทีวีและช่องทางออนไลน์ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 35.4%
- ต้นทุน: ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 16.7 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายเวลาออกอากาศเพื่อเพิ่มยอดขาย
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 908.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อน หนี้สินรวมอยู่ที่ 287.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.7 ล้านบาท จากเจ้าหนี้จากการชำระบัญชีบริษัทย่อย ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 620.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8%
สรุปท้าย
ผลการดำเนินงานของ PEER ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจที่เน้นการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเพื่อชดเชยรายได้จากธุรกิจ Contact Center ที่ลดลง แม้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่การลดลงของขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญและการมีความคืบหน้าทางกฎหมายในการเรียกคืนหนี้ค่าหุ้นเป็นปัจจัยบวกที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการพลิกฟื้นกลับมามีกำไรในอนาคต