LOXLEY โชว์กำไร Q2/2569 พุ่ง 89% รับอานิสงส์รายได้งานโครงการหนุนและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมโตแกร่ง
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดดเด่นจากรายได้ธุรกิจหลักที่เติบโตต่อเนื่อง พร้อมรับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มธุรกิจเหล็กและน้ำมันหล่อลื่นที่ทำกำไรได้ดีเกินคาด
บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 157 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 2,976 ล้านบาท เติบโต 12% YoY ปัจจัยบวกหลักมาจากความสามารถในการส่งมอบงานโครงการตาม Backlog ได้ตามแผน รวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและการเติบโตของบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้าที่แข็งแกร่ง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตในไตรมาสนี้ คือการผสานพลังระหว่าง "รายได้งานโครงการที่เร่งตัวขึ้น" และ "ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ทำผลงานได้โดดเด่น" โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 74 ล้านบาท (จาก 83 ล้านบาท เป็น 157 ล้านบาท) สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการทั้งในระดับบริษัทแม่และบริษัทในเครือ
1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักมาจากรายได้งานโครงการที่เติบโต 19% (คิดเป็นมูลค่า 1,342 ล้านบาท) ซึ่งเป็นรายได้หลักสัดส่วน 45% ของรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นจาก 125 ล้านบาท เป็น 164 ล้านบาท หรือเติบโต 31% โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เหล็กเคลือบและน้ำมันหล่อลื่น
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- งานโครงการ: บริษัทสามารถทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของโครงการใน Backlog ได้ตามกำหนดการ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐจะยังมีความท้าทาย
- บริษัทร่วม: กลุ่มธุรกิจเหล็กเคลือบและน้ำมันหล่อลื่นได้รับอานิสงส์จากการบริหารห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับภาวะตลาดที่กังวลเรื่องการขาดแคลนสินค้าและต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ลูกค้าเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อบริหารจัดการสต็อก ส่งผลให้บริษัทร่วมมีกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง
- ประสิทธิภาพการดำเนินงาน: สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อยอดขายปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณกิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจาก 21 ล้านบาท เป็น 53 ล้านบาท
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของงานโครงการ เนื่องจากบริษัทมีการรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของ Backlog ที่มีอยู่ตามแผนงาน ส่วนผลประกอบการของบริษัทร่วมยังคงต้องติดตามภาวะตลาดและพฤติกรรมการสั่งซื้อของลูกค้าในอุตสาหกรรมเหล็กและน้ำมันหล่อลื่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเรื่องการเร่งสั่งซื้อเพื่อบริหารต้นทุนอาจเป็นลักษณะเฉพาะตัวตามสถานการณ์ตลาดในขณะนั้น
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: 157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% YoY
- รายได้รวม: 2,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY
- รายได้งานโครงการ: 1,342 ล้านบาท เติบโต 19% YoY คิดเป็นสัดส่วน 45% ของรายได้รวม
- ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม: 164 ล้านบาท เติบโต 31% YoY
- อัตรากำไรขั้นต้น: อยู่ที่ 17% ทรงตัวจากปีก่อน
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้จากการขายและการให้บริการเติบโต 12% YoY มาอยู่ที่ 2,976 ล้านบาท โดยสายธุรกิจโครงการเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ในขณะที่สายธุรกิจเทรดดิ้งยังคงรักษาระดับรายได้ไว้ได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 1,141 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 13% เป็น 503 ล้านบาท
โอกาส
การทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ในมืออย่างต่อเนื่องตามแผนงานโครงการ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของบริษัทร่วมที่ช่วยสร้างผลกำไรที่มั่นคงในภาวะที่ตลาดมีความกังวลด้านต้นทุนวัตถุดิบ
ความเสี่ยง
ภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่ยังมีความท้าทาย และความไม่แน่นอนของการลงทุนภาครัฐที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการประมูลหรือการดำเนินงานโครงการใหม่ในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าการส่งมอบงานโครงการใน Backlog ให้เป็นไปตามกำหนด
- แนวโน้มการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจเหล็กและน้ำมันหล่อลื่น
- การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในบริษัทร่วม
- การฟื้นตัวของการลงทุนภาครัฐที่จะส่งผลต่อโอกาสในการรับงานใหม่
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
รายได้หลักของบริษัทมาจากงานโครงการ (45%) และเทรดดิ้ง (38%) โดยงานโครงการมีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 19% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการ (Project Management) ที่มีประสิทธิภาพ แม้ในสภาวะที่ปัจจัยภายนอกยังไม่เอื้ออำนวย การที่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 17% ได้ท่ามกลางการขยายตัวของรายได้ แสดงถึงการควบคุมต้นทุนการให้บริการที่ทำได้ดี
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ลดลง 8% จาก 74 ล้านบาท เหลือ 68 ล้านบาท ในไตรมาสนี้
สรุปท้าย
LOXLEY ผ่านไตรมาส 2/2569 ได้อย่างแข็งแกร่งด้วยกำไรที่เติบโตเกือบเท่าตัว แรงขับเคลื่อนหลักมาจากความสามารถในการส่งมอบงานโครงการตาม Backlog และผลกำไรที่โดดเด่นจากบริษัทร่วมในกลุ่มเหล็กและน้ำมันหล่อลื่น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังมีความท้าทาย แต่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพทั้งในระดับบริษัทแม่และบริษัทร่วมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในไตรมาสถัดไป