LHFG กำไรสุทธิ Q2/2569 แตะ 696 ล้านบาท รับรายได้ค่าธรรมเนียมหนุน — สรุป MD&A
ผลประกอบการปรับตัวตามรายได้ค่าธรรมเนียมและเครื่องมือทางการเงิน ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งขยายพอร์ตสินเชื่อรายย่อยและธุรกิจระหว่างประเทศ
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 696.1 ล้านบาท ลดลง 17.4% QoQ จากกำไรเงินลงทุนและเงินปันผลที่ลดลง แต่เมื่อเทียบ YoY กำไรสุทธิเติบโตแข็งแกร่งถึง 26.3% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มรายย่อยและธุรกิจระหว่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ "การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ" และ "กำไรจากเครื่องมือทางการเงิน" ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- รายได้ค่าธรรมเนียม: เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายตัวของธุรกิจ Wealth Management และบริการธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) ที่ได้รับอานิสงส์จากเครือข่ายพันธมิตร CTBC รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กองทุนใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก
- กำไรจากเครื่องมือทางการเงิน: มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้ง QoQ และ YoY สะท้อนถึงการบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์ทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน
- แรงกดดัน: กำไรที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เกิดจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล ซึ่งเป็นรายการที่มีลักษณะผันผวนตามสภาวะตลาด รวมถึงมีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นตามความระมัดระวังในการบริหารความเสี่ยง
ความต่อเนื่อง:
ปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมมี มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบ Genie AI และการขยายฐานลูกค้ารายย่อยผ่านแคมเปญ Lifestyle Banking อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านกำไรจากเงินลงทุนและเครื่องมือทางการเงินอาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลกและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 696.1 ล้านบาท (+26.3% YoY, -17.4% QoQ)
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ: เติบโต 15.1% YoY อยู่ที่ 1,918.2 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
- พอร์ตสินเชื่อ: เติบโต 6.7% จากสิ้นปี 2568 โดยสินเชื่อรายย่อยขยายตัวเด่นที่ 10.3% และสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่โต 10.0%
- คุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 2.56% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.44% ณ สิ้นปี 2568 โดยมี Coverage Ratio อยู่ที่ 143.56%
- ธุรกิจจัดการกองทุน: กำไรสุทธิเติบโตสูงถึง 109.1% YoY สะท้อนความสำเร็จในการรุกตลาด Wealth Management
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,538.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.3% YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิที่พุ่งขึ้น 56.3% จากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินและรายได้ค่าธรรมเนียม
โอกาส
- การขยายตัวของธุรกิจระหว่างประเทศผ่านเครือข่าย CTBC ช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม FX และ Trade Finance
- การนำเทคโนโลยี AI (Genie AI) และระบบดิจิทัล (LHS GlobalX, Streaming Fund Plus) มาใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
- การเติบโตของสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing) สอดรับกับเมกะเทรนด์โลก
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาพลังงานและเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- การแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มลูกค้ารายย่อยและ SMEs จากการเข้ามาของ Virtual Bank
- ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อย
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ส่งผลต่อ NIM
- ความสามารถในการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง
- การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มลูกค้าคุณภาพสูง
- ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อภาคการส่งออกไทย
รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน)
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของเงินกองทุน โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 15.624% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ที่ 11.000% ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวม 98,790.5 ล้านบาท
สรุปท้าย
LHFG แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อน แม้จะเผชิญความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและการแข่งขันที่เข้มข้น แต่ด้วยกลยุทธ์การกระจายพอร์ตสินเชื่อและการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ทำให้บริษัทมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการรองรับความผันผวนในระยะข้างหน้า