เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
DHOUSE เผยผลงานครึ่งปีแรก 2569 ขาดทุนสุทธิ 19.96 ล้านบาท รับแรงกดดันจากยอดโอนอสังหาฯ ชะลอตัว
ข่าวสาร

DHOUSE เผยผลงานครึ่งปีแรก 2569 ขาดทุนสุทธิ 19.96 ล้านบาท รับแรงกดดันจากยอดโอนอสังหาฯ ชะลอตัว

DHOUSE P/E -100.00 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 05:10 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน แต่กำไรสุทธิยังติดลบจากต้นทุนการเงินและยอดโอนที่ต่ำกว่าเป้าหมาย

บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 93.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 19.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.20% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายจากความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ซึ่งบริษัทกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทาย

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเพื่อชดเชยยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว" ท่ามกลางภาระต้นทุนทางการเงินที่กดดันกำไรสุทธิ

1) หัวใจคืออะไร:

ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการขาดทุนเพิ่มขึ้นคือ รายได้จากการขายบ้านที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับรายได้จากธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าที่เติบโตขึ้น 9.33 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น รวมถึงการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือของโครงการ Upark Home ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  • อุปสรรคด้านยอดโอน: สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยสูงขึ้น ประกอบกับภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ลูกค้าไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้าหมาย
  • ต้นทุนที่สูงขึ้น: อัตราต้นทุนขายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาวัสดุและค่าแรง รวมถึงการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)
  • ภาระทางการเงิน: บริษัทมีต้นทุนทางการเงินสูงถึง 13.92 ล้านบาท ซึ่งกำไรขั้นต้นรวม 7.41 ล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะรองรับค่าใช้จ่ายในการขาย บริหาร และต้นทุนทางการเงินดังกล่าว

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

ยังไม่ชัด ต้องติดตาม เนื่องจากสถานการณ์ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภคเป็นหลัก แม้บริษัทจะพยายามปรับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัจจัยภายนอกด้านเศรษฐกิจยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาในระยะถัดไป

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม: 93.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY โดยธุรกิจสถานีบริการน้ำมันสร้างรายได้ 73.31 ล้านบาท
  • ผลขาดทุนสุทธิ: 19.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.20% YoY
  • อัตรากำไรขั้นต้น: อยู่ที่ 8.81% ของรายได้รวม
  • ต้นทุนทางการเงิน: สูงถึง 13.92 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระหนักต่อผลกำไร
  • สถานะหนี้สิน: D/E Ratio ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.02 เท่า จากการออกหุ้นกู้และการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

รายได้รวมเติบโตขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและการจำหน่ายที่ดินเปล่า แต่ธุรกิจหลักคืออสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้กำไรขั้นต้นไม่เพียงพอต่อการแบกรับค่าใช้จ่ายดำเนินงานและดอกเบี้ยจ่าย

โอกาส

  • การปรับกลยุทธ์พัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่แท้จริง
  • การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เริ่มเห็นผล (ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 5.11% YoY)
  • การกระจายความเสี่ยงผ่านธุรกิจสถานีบริการน้ำมันที่สร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยง

  • ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน
  • ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงกดดันกำลังซื้อ
  • ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่ผันผวน
  • ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR ติดลบที่ 0.22 เท่า)

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความคืบหน้าในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
  2. การบริหารจัดการสภาพคล่องและการชำระคืนหนี้หุ้นกู้
  3. การปรับกลยุทธ์ราคาขายโครงการให้เหมาะสมกับกำลังซื้อในพื้นที่
  4. แนวโน้มการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 3 แห่ง ได้แก่ เดอะแกรนด์ คาแนล, พฤกษภิรมย์ (ศาลากลาง) และยูปาร์ค โฮม โดยเน้นการบริหารสินค้าคงเหลือและระบายสต็อกมากกว่าการเปิดโครงการใหม่ในวงกว้าง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 840.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.10% จากการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 423.87 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 65.10 ล้านบาท แม้จะมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นไปบางส่วน แต่ภาระหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ปรับตัวขึ้นเป็น 0.98 เท่า

สรุปท้าย

ผลประกอบการของ DHOUSE ในครึ่งปีแรก 2569 สะท้อนความท้าทายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดที่เผชิญกับปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของลูกค้า แม้ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันจะช่วยพยุงรายได้รวมให้เติบโตได้ แต่ภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำกำไร ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์การขายและบริหารสภาพคล่องอย่างรัดกุมเพื่อประคองสถานะทางการเงินในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น