CM เผชิญภาวะขาดทุนใน Q2/2569 กดดันจากต้นทุนวัตถุดิบพุ่งและผลกระทบค่าเงินบาท
รายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต แต่กำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุนจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีรายได้จากการขาย 310.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 24.01 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิ 8.59 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตรที่สูงขึ้นและผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่กดดันมาร์จินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การพุ่งขึ้นของต้นทุนขาย" ที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ โดยสัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 84.5% ในไตรมาส 2 ปี 2568 มาอยู่ที่ 91.0% ในไตรมาส 2 ปี 2569 ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมาก
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการผลิต: บริษัทมีการจัดซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อรองรับการผลิต ทำให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้น ประกอบกับราคาต้นทุนพลังงานและค่าบรรจุภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยรวม
- ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน: บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 6.02 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงกว่า 5% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ส่งผลให้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Forward Contract) มีผลติดลบ
- ปริมาณขาย: แม้รายได้จะเติบโต 7.2% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 5% แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
สถานการณ์นี้ มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น เนื่องจากปัจจัยด้านสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อยังคงสร้างความผันผวนต่อราคาพลังงานและค่าเงินบาท รวมถึงความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรในระยะต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทต้องติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการขาย: 310.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% YoY และ 31.9% QoQ
- ผลขาดทุนสุทธิ: 24.01 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 8.59 ล้านบาท ใน Q2/2568)
- ต้นทุนขายต่อยอดขาย: พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 91.0% จากเดิม 84.5% ในปีก่อน
- สถานะเงินสด: เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 79.11 ล้านบาท จากการนำเงินไปซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อสต็อกไว้ใช้ในการผลิต
- หนี้สินรวม: เพิ่มขึ้น 33.2% จากสิ้นปี 2568 หลักๆ มาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการจัดซื้อวัตถุดิบ
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้บริษัทจะพยายามเร่งปริมาณการผลิตและยอดขาย แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าพลังงาน รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยอัตราส่วนการทำกำไรและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นปรับตัวลดลงตามผลการดำเนินงานที่ขาดทุน
โอกาส
- การเพิ่มขึ้นของปริมาณขายกว่า 5% YoY แสดงถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่
- การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้นกว่า 22.1% อาจช่วยลดความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคตหากมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาพลังงานและค่าเงิน: ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ
- ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ: ภาวะเอลนีโญที่อาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: เงินบาทที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อกำไรจากเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าพลังงานในไตรมาสถัดไป
- ทิศทางของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อสัญญา Forward Contract
- ผลกระทบจากภาวะเอลนีโญต่อปริมาณและราคาวัตถุดิบทางการเกษตร
- การฟื้นตัวของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังจากมีการสต็อกวัตถุดิบไปแล้ว
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในเชิงอุตสาหกรรมอาหาร การที่สัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายสูงถึง 91% บ่งชี้ถึงแรงกดดันมาร์จินที่รุนแรง บริษัทมีการปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มสต็อกวัตถุดิบ (สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 101.49 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการผลิต แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เงินสดในมือลดลงและหนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้า) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,450.61 ล้านบาท ลดลง 2.1% จากสิ้นปี 2568 โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 58.2% เหลือ 56.86 ล้านบาท เนื่องจากการใช้เงินสดไปกับการจัดซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อใช้ในการผลิต ส่งผลให้กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 144.74 ล้านบาท
สรุปท้าย
ผลประกอบการของ CM ในไตรมาส 2/2569 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้รายได้จะมีการเติบโตในเชิงปริมาณ แต่บริษัทจำเป็นต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งสงครามและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิและกระแสเงินสด นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและทิศทางของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป