เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BSBM พลิกขาดทุน 17.5 ล้านบาทใน Q2/2569 เซ่นพิษราคาเหล็กในประเทศดิ่งแรง
ข่าวสาร

BSBM พลิกขาดทุน 17.5 ล้านบาทใน Q2/2569 เซ่นพิษราคาเหล็กในประเทศดิ่งแรง

BSBM P/E -100.00 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 05:10 น. 0 ความเห็น

รายได้และกำไรหดตัวตามปริมาณขายที่ลดลง พร้อมภาระขาดทุนจากการด้อยค่าสินค้าคงเหลือฉุดผลประกอบการ

บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้จากการขาย 115 ล้านบาท ลดลง 51% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิ 17.5 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรในไตรมาส 1/2569 โดยปัจจัยกดดันสำคัญมาจากปริมาณขายที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือในช่วงปลายไตรมาสตามทิศทางราคาเหล็กในประเทศที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 พลิกเป็นขาดทุน คือ "การปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วของราคาเหล็กเส้นในประเทศช่วงปลายไตรมาส" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าสินค้าคงเหลือของบริษัท

  1. หัวใจคืออะไร: บริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Write-down) จำนวน 16.7 ล้านบาท ซึ่งรายการนี้ถูกบันทึกรวมอยู่ในต้นทุนขาย ส่งผลให้จากเดิมที่มีกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติ กลับกลายเป็นผลขาดทุนขั้นต้น 6 ล้านบาทในไตรมาสนี้
  2. ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: แม้ราคาขายเหล็กเส้นเฉลี่ยต่อตันจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 20,319 บาทต่อตัน แต่ปริมาณการขายกลับลดลงถึง 57% จากไตรมาส 1/2569 เหลือเพียง 5,669 ตัน เมื่อประกอบกับภาวะราคาเหล็กในตลาดที่ผันผวนและปรับตัวลงแรงในช่วงปลายไตรมาส ทำให้บริษัทจำเป็นต้องปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้สอดคล้องกับราคาตลาดตามมาตรฐานบัญชี
  3. จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ปัจจัยนี้มีลักษณะเป็น "รายการที่เกิดขึ้นตามสภาวะตลาด" ซึ่งมีความผันผวนสูงและยากจะคาดการณ์ โดยขึ้นอยู่กับทิศทางราคาเหล็กในประเทศและระดับสต็อกสินค้าของบริษัทในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มราคาเหล็กในอนาคตไว้อย่างชัดเจน นักลงทุนจึงต้องติดตามความผันผวนของราคาวัตถุดิบและราคาขายเหล็กเส้นในตลาดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดกำไรขั้นต้นของบริษัท

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการขาย: อยู่ที่ 115 ล้านบาท ลดลง 51% QoQ และ 10% YoY
  • ปริมาณขาย: อยู่ที่ 5,669 ตัน ลดลง 57% QoQ และ 11% YoY
  • ราคาขายเฉลี่ย: อยู่ที่ 20,319 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น 12% QoQ และ 1% YoY
  • ผลขาดทุนสุทธิ: 17.5 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 4.4 ล้านบาทใน Q1/2569 และขาดทุน 11.4 ล้านบาทใน Q2/2568)
  • ฐานะการเงิน: แข็งแกร่งมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ต่ำเพียง 0.01 เท่า และไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงทั้งในแง่รายได้และกำไรสุทธิ โดยได้รับแรงกดดันจากปริมาณขายที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับภาวะราคาเหล็กที่ผันผวนทำให้เกิดการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินค้าคงเหลือ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 17.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณางวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 13.1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 20.6 ล้านบาท

โอกาส

แม้ผลประกอบการจะได้รับผลกระทบจากราคาเหล็ก แต่บริษัทมีการบริหารจัดการทางการเงินที่รัดกุม โดยมีการนำเงินสดไปฝากในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินระยะเวลา 6 เดือน เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพในภาวะที่ธุรกิจหลักมีความผันผวน

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงหลักคือความผันผวนของราคาเหล็กในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและมูลค่าสินค้าคงเหลือ นอกจากนี้ ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้ยังสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของอุปสงค์ในตลาดเหล็กทรงยาว

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ทิศทางราคาเหล็กเส้นในประเทศว่าจะฟื้นตัวหรือยังคงผันผวนต่อเนื่อง
  2. ปริมาณการขายในไตรมาสถัดไปว่าจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่
  3. การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือเพื่อลดความเสี่ยงจากการด้อยค่า
  4. อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาสถัดไปว่าจะกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

ในไตรมาส 2/2569 อุตสาหกรรมเหล็กทรงยาวของไทยมีการขยายตัวในเชิงปริมาณการบริโภค (ขยายตัว 31.4% YoY) และการผลิต (ขยายตัว 29.7% YoY) อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ BSBM กลับสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมในแง่ของปริมาณขายที่ลดลง สะท้อนถึงการแข่งขันหรือปัจจัยเฉพาะตัวของบริษัทในการทำตลาดเหล็กเส้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

บริษัทมีฐานะการเงินที่มั่นคงมาก โดยมีสินทรัพย์รวม 1,612 ล้านบาท และหนี้สินรวมเพียง 20 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 76 เท่า และไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำมากแม้ในยามที่ผลประกอบการขาดทุน

สรุปท้าย

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ BSBM ถูกกดดันจากปริมาณขายที่ลดลงและการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินค้าคงเหลือตามราคาเหล็กที่ผันผวน แม้บริษัทจะมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและไม่มีภาระหนี้สิน แต่ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่การบริหารจัดการมาร์จินท่ามกลางความผันผวนของราคาเหล็กในตลาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อผลกำไรในไตรมาสถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น